Category Archives: Knowledge

เทคนิคการขายสินค้าให้ได้กำไรเพิ่มยอดขายให้รุ่ง

การขายสินค้าบน eBay ไม่ใช่ว่าทุกคนจะประสบความสำเร็จในการขายได้เหมือนกันทั้งหมด เพราะการขายบนเว็บไซต์ที่มีผู้คนต่างก็วางขายกันเยอะแยะขนาดนี้คงยากแน่ๆ ถ้าอยู่ดีๆ เราจะทำให้สินค้าของเราขายออกได้ ทว่าการขายในทุกช่องทางมันก็มีเทคนิคเป็นของตนเองด้วยกันทั้งสิ้น ขึ้นอยู่กับว่าจะเลือกเอาเทคนิคไหนมาใช้งานมากกว่า และใครที่กำลังขายของบน eBay แล้วอยากรู้เทคนิคขายยังไงให้ปัง มาดู 3 วิธีดีๆ ที่ช่วยให้ยอดขายของคุณพุ่งกระฉูดแน่

เทคนิคง่ายๆ ในการขายสินค้าให้ปังบน eBay

  1. ภาพสินค้าต้องสวยงาม มีความคมชัด และมองเห็นทุกมุม – ต้องยอมรับว่าการซื้อขายสินค้าบนโลกออนไลน์เรื่องของภาพคือเรื่องสำคัญมากยิ่งถ้าใครอยากขายสินค้าบน eBay ให้ยอดพุ่งทะลุเพดานการลงภาพสินค้าให้เยอะ ครบทุกมุม สวยงาม คมชัดคือสิ่งแรกที่จะช่วยให้การขายของคุณได้ผลดังใจหวัง เพราะใน eBay คุณสามารถลงภาพสำหรับขายสินค้าได้ถึง 12 ภาพ ยิ่งภาพไหนมีความสวยงาม ดูสะดุดตาคนที่เข้ามามากที่สุดจะยิ่งช่วยกระตุ้นยอดขายของคุณให้เพิ่มขึ้นมาด้วย อีกเรื่องสำคัญคือหากสินค้าเป็นสินค้ามีตำหนิควรเลือกถ่ายบริเวณตำหนิ นั้นให้เห็นด้วยเพื่อเวลาลูกค้าจะได้รู้ก่อนซื้อและไม่โดนต่อว่าภายหลัง ทริคเล็กน้อยคือควรลงภาพให้เป็นพื้นหลังสีเดียวและอย่าใส่ลายน้ำ
  2. ตั้งชื่อ Title พร้อมลงรายละเอียดใน Item Specifics ให้ชัดเจน – เราแค่ทำการใส่ชื่อคีย์เวิร์ดหรือคำค้นหาที่ได้รับความนิยมจากผู้ซื้อ หรือลองกดค้นหาสินค้าที่กำลังจะวางขายของตนเองทำนองถ้าต้องการหาสิ่งนี้คนส่วนใหญ่พิมพ์ค้นหาว่าอะไร จุดสำคัญมากๆ ในการระบุคือ ชื่อยี่ห้อสินค้า, ประเภทผลิตภัณฑ์, สี, ขนาด, ชื่อรุ่น และรายละเอียดต่างๆ ที่มองแล้วสำคัญต่อการตัดสินใจซื้อ ตัว Title ของ eBay สามารถใส่ได้ถึง 80 ตัวอักษร อีกจุดคือการลงรายละเอียดใน Item Specifics ต้องลงแบบละเอียดยิบ เพราะยิ่งใส่ข้อมูลเอาไว้เยอะเท่าไหร่โอกาสที่จะถูกขายไปมีสูงมาก พูดง่ายๆ ยิ่งรายละเอียดเยอะคนยิ่งตัดสินใจซื้อเร็ว

นักขายมือใหม่ต้องลงขาย 7 วัน ไล่ลงขายทุกวัน เพราะเป็นการเรียนรู้ตลาดและมีสินค้าขายตลอด – พูดง่ายๆ ว่าเหมือนเป็นการลองเชิงทดสอบการขายว่าควรต้องทำอย่างไร เหมือนเวลาเราไปเข้าทำงานก็ต้องฝึกงานกันเบื้องต้นก่อนว่าทำแบบไหนถึงถูกต้อง เพียงแต่การขายของบน eBay มันไม่ได้มีพี่เลี้ยงมาดูแลเทคแคร์ สิ่งที่ทำได้จึงต้องเรียนรู้ด้วยตนเอง รวมถึงยังเป็นการทำให้มีสินค้าวางขายตลอดอีกด้วย

เคล็ดลับการตั้งชื่อสินค้า สำหรับผู้ขายมือใหม่

การขายสินค้าออนไลน์บน eBay อีกปัจจัยสำคัญในการทำให้มีโอกาสขายออกได้ดี รวดเร็ว ไม่เกิดการค้างสต็อกเอาไว้มากเกินไปนั่นคือต้องรู้จักวิธีเลือกตั้งชื่อสินค้า ให้ออกมามีความเหมาะสมมากที่สุด เข้าใจได้ว่าสินค้าที่คุณวางขายนั้นมันแทบไม่ได้ต่างจากสินค้าที่คนอื่นวางขายเท่าไหร่เลย คำถามคือแล้วเราจะต้องทำอย่างไรเพื่อให้สินค้าเราโดดเด่นและมีคนให้ความสนใจมากเป็นลำดับต้นๆ ยิ่งมีคนให้ความสนใจมากก็ยิ่งทำให้โอกาสการขายสินค้าได้มีสูง ดังนั้นจึงมีเคล็ดลับในการตั้งชื่อสินค้าสำหรับคนเป็นนักขายรายใหม่มาให้ได้รู้จัก พร้อมทำความเข้าใจไปด้วยกัน

Product-Name

เคล็ดลับง่ายๆ ในการตั้งชื่อสินค้าสำหรับผู้ขายมือใหม่บน eBay

หลักการเริ่มต้นง่ายๆ คือผู้ขายทุกคนสามารถใส่ชื่อคีย์เวิร์ดที่มักนิยมใช้เรียกสินค้าชนิดนั้นลงไป หรือคีย์เวิร์ดดังกล่าวอาจเป็นคีย์เวิร์ดที่คนนิยมใช้ในการพิมพ์ค้นหาชื่อสินค้านั้นอยู่ วิธีเลือกดูว่าคีย์เวิร์ดไหนเหมาะสมลองดูในตลาด บางทีก็ดูใน Sold Listings ว่าชื่อสินค้าที่เราจะเลือกมาวางขายนั้นส่วนใหญ่แล้วเขาเรียกมันว่าอะไร มีกลุ่มศัพท์ในประเภทเดียวกัน คล้ายคลึงกันอันไหนเกี่ยวข้องบ้างหรือไม่

เคล็ดลับต่อมาอันนี้ลองใช้กับตัวเองโดยยกตัวเองเป็นตัวเปรียบเทียบ คิดภาพตามง่ายๆ หากคุณเองเป็นคนต้องการซื้อสินค้านั้นจะเลือกพิมพ์ค้นหาชื่อสินค้านั้นว่าอะไร จุดสำคัญอีกเรื่องคือต้องมีการระบุถึงยี่ห้อ, ระบุประเภทของตัวผลิตภัณฑ์, ปีผลิต, ขนาด, สี, ชื่อรุ่น รวมถึงรายละเอียดสำคัญต่างๆ เอาไว้ให้ชัดเจน เคล็ดลับนี้จะช่วยเพื่อโอกาสในการที่ผู้ซื้อสามารถค้นหาสินค้าคุณเจอได้ง่ายขึ้นกว่าเดิม โดยที่แทบไม่ต้องทำอะไรเลย

อีกรูปแบบที่ eBay ได้ทำการอำนวยความสะดวกให้กับผู้ซื้อและผู้ขายทุกท่านคือ การปรับระบบเรื่องการจัดเรียงตัวรายการสินค้า มีการเพิ่มความสำคัญกับ Item Specifics ให้มากกว่ารายละเอียดของ Description เมื่อเป็นเช่นนี้ถ้าต้องการให้คนซื้อค้นหาสินค้าที่วางขายไปได้ง่ายมากขึ้นกว่าเดิมควรมีการเติม Item Specifics ให้ละเอียดยิบมากที่สุด อย่าลืมว่ายิ่งเราใส่ Description มากเท่าไหร่มันมันหมายถึงการบ่งบอกว่าสินค้ามีตำหนิมากเท่านั้น

ยกตัวอย่างการตั้งชื่อง่ายๆ สมมุติว่าเราขายคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊คแล้วเราระบุแค่ Computer โดยไม่ใส่รายละเอียดอะไรเลยรับรองว่าคงหาเจอได้ยากแน่แต่ถ้าเราใส่ Computer Notebook แล้วบอกรุ่น ขนาดหน้าจอ สี ปีที่ผลิต ฯลฯ ให้ครบถ้วน เวลาคนซื้อเข้ามาค้นหาโอกาสที่เขาจะเจอสินค้าเรามีมากขึ้น เพราะถ้าหากเขาเจาะจงรุ่นมาแล้วตรงกับของเรามันก็ขึ้นแน่นอน

เปิดร้านบน eBay ได้อะไรกับเราบ้าง

การหาช่องทางการค้าขายใหม่ๆ กลายเป็นหนึ่งในหัวข้อสำคัญของวัยรุ่น จนถึงวัยทำงานสมัยนี้ เนื่องจากการค้าขายจะทำให้เกิดรายได้อีกช่องทางหนึ่งแบบไม่ต้องไปเฝ้าร้านตลอดเวลา เรียกได้ว่าทำงานหรือเรียนไปด้วย แล้วก็เปิดร้านให้ลูกค้าเข้าไปชมได้พร้อมกัน แหล่งสำคัญอย่างหนึ่งที่จะเข้าไปร้านขายของออนไลน์คงหนีไม่พ้น eBay แน่นอน ไปดูกันว่าหากเปิดร้านบน eBay มันได้อะไรกับเราบ้าง

Open-Shop-eBay

เจาะมองหาลูกค้ากลุ่มใหม่ๆ

ตลาดซื้อขายบน eBay นั้นมีคนเข้าไปซื้อขายกันมากกว่าหลายร้อยล้านคนทั่วโลก นั่นทำให้นี่เป็นโอกาสดีที่เราจะได้มองหาลูกค้ากลุ่มใหม่ให้ลองใช้สินค้าของเรา การเข้าถึงชุมชนขนาดใหญ่แบบนี้แล้วไม่ต้องเสียเงินสักบาทเดียวเป็นเรื่องยอดเยี่ยม ไม่แน่ว่าการเปิดร้านบน eBay อาจจะทำให้เราเจอลูกค้ากลุ่มใหม่จากอีกซีกโลกหนึ่งจนอาจจะต่อยอดทำให้เกิดรายได้ตามมาไม่รู้จบก็ได้

เทสต์สินค้าตัวใหม่

สินค้าบางอย่าง เวลาเราจะนำไปขายบนตลาดจริงอาจจะต้องคิดหนักและวิตกกันหน่อยเนื่องจากต้องลงทุนเยอะทีเดียว แต่หากเราใช้ eBay ให้เป็นเวทีกลางสำหรับเทสต์สินค้าใหม่ละ จะเป็นไปได้หรือไม่ คำตอบคือได้ และดีด้วย สินค้าใหม่บวกกับความคิดไอเดียใหม่ อาจจะทำให้เกิดการตอบรับที่ดีในกลุ่มลูกค้าบน eBay ก็ได้ หากทำแล้วออกมาดีขายได้ เราก็จะได้ต่อยอดมาขายต่อในตลาดอื่นต่อไป หรือหากไม่ดีเราอาจจะได้รับข้อเสนอแนะจากลูกค้าอันหลากหลายจนทำให้นำมาปรับปรุงพัฒนาก็ได้ (หากไปจ้างทีมงานวิจัย นี่เสียอีกหลายบาทนะ) อ้อหากเรานำสินค้าไปขายบน eBay เค้ามีระบบการตลาดช่วยโปรโมทสินค้าให้กับเราด้วย

ลงทุนเปิดร้าน ราคาย่อมเยา

การลงทุนเปิดร้านแต่ละครั้ง คิดว่าเราต้องใช้เงินเท่า เอาแค่ตู้กระจกตามห้างในพื้นที่ไม่กี่ตารางเมตรนี่ เดือนหนึ่งต้องมีอย่างน้อย หลักหมื่นไว้ใช้ หรือหากจะทำเป็นร้านนี่เดือนหนึ่งก็หมดหลายหมื่น ไหนจะค่าจ้างลูกจ้าง ค่าไฟ ค่าน้ำ และอีกสารพัดค่าจิปาถะ หากสายป่านไม่พอก็อาจจะหมดได้แบบไม่เหลือ แต่หากจะมาเปิดร้านใน eBay จะเสียเงินน้อยมาก เสียค่าใช้จ่ายสองส่วนคือ ค่าวางขายสินค้า และค่าธรรมเนียมการขาย รวมแล้วไม่เกิน 20% ของยอดขาย เปรียบแล้วน้อยมาก อีกทั้งเปิดร้านบน eBay เราสามารถเปิดร้านได้ตลอดเวลา 7 วันไม่มีวันหยุด ซึ่งถ้าเปิดร้านก็คงเปิดทุกวันตลอดเวลาอย่างนี้ไม่ได้แน่

กำไรสองต่อ

หากเราเปิดร้านธรรมดา ถ้าไม่ใช่พื้นที่นักท่องเที่ยวต่างชาติ ยังไงก็ต้องแลกเปลี่ยนเป็นเงินบาทไทยอยู่แล้ว แต่การเปิดร้านบน eBay เราจะแลกเปลี่ยนสินค้าด้วยสกุลเงินต่างประเทศ (เงินดอลลาร์) ทีนี้มันทำให้เราได้กำไรต่อที่สองด้วย กล่าวคือ เราได้รับเงินเป็นดอลลาร์ หากเรารอจังหวะให้ดีเราก็สามารถแลกเปลี่ยนเป็นเงินไทยตอนราคาขึ้นก็ได้ แม้ว่าจะขึ้นไม่กี่บาทแต่รวมๆ แล้วก็กำไรเยอะทีเดียว ข้อดีเหล่านี้แหละทำให้หลายคนหันไปเปิดร้านใน eBay

ถ่ายรูปเสื้อผ้ายังไงให้ได้สไตล์เกาหลี

เทรนด์เสื้อผ้าเกาหลีถือว่ามาแรงมากส่วนหนึ่งต้องบอกว่าวัฒนธรรมจากเพลง ซีรีย์ มีผลอย่างมากต่อสังคมไทยเรา นอกจากความสวยหล่อแล้ว เสื้อผ้า หน้าผมจัดว่าเป็นหนึ่งในเทรนด์ที่พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ด้านเสื้อผ้าต้องรีบตาม เสื้อผ้าที่เค้าใส่นี่แหละจะเป็นตัวกำหนดทิศทางแฟชั่นได้เลย ว่าแต่หากเราจะขายเสื้อผ้าแล้วอยากถ่ายรูปเสื้อผ้าให้ได้สไตล์เกาหลีจะต้องทำออกมาแบบไหน

Photographic-Clothing

ฉูดฉาด พาสเทล

เรื่องของสีสัน จัดว่าเทรนด์เกาหลีเค้านำมาตลอดเลย หากเราจะนำเสนอเสื้อผ้าเกาหลีแบบวัยรุ่นหน่อย แนะนำว่าควรจัดภาพถ่ายออกมาให้ฉูดฉาดสักหน่อย เน้นสีโทนพาสเทลเป็นหลัก ถือว่าโทนสีนี้กำลังมาเลย ยิ่งสีชมพูประมาณสีนมเย็นนี่ต้องจัดเลย ยิ่งจับมาเป็นฉากหลังตัดกับเสื้อผ้าดีเหลือเกิน ทำให้ชุดเด่นออกมาจากภาพเลยก็ว่าได้

เซลฟี่ ดีแน่นอน

แอ็คชั่นถ่ายภาพก็นับว่าสำคัญไม่แพ้กัน แอ็คชั่นที่ดีจะทำให้นำเสนอภาพและชุด เสื้อผ้า ได้อย่างเต็มตา แม้ว่าจะมีหลายแอ็คชั่นแนะนำ แต่เราขอแอ็คชั่นเดียวจบเลย นั่นคือ การถ่ายเซลฟี่หน้ากระจก แอ็คชั่นนี้แหละกำลังมาแรง อยากให้คูลขึ้นต้องถ่ายแบบเซลฟี่ไม่เห็นหน้าด้วยนะ(เอาโทรศัพท์บังไว้) รับรองว่าเด็ด แถมนางแบบก็ไม่ต้องอายด้วยลองไปเล่นกันดู หาพื้นหลังสวยๆ จากนั้นก็ถ่ายหน้ากระจกเลย

บัดดี้ ทรีโอ้ กรุ๊ฟฟี่

หากเซลฟี่แล้วภาพออกมายังไม่สดใสพอ งั้นก็เรียกเพื่อนมาเลยจ้า จะมาแบบบัดดี้สองคน ทริโอ้สามคน หรือจะกรุ๊ฟฟี่กลุ่มใหญ่ก็ได้จะ 5,7 หรือ 9 คนนี้กำลังดี แต่หากมากกว่านั้นไม่แนะนำเพราะมันจะทำให้ภาพลายตาจนมองหาจุดเด่นไม่เจอ แอ็คชั่นก็สำคัญนะ มาเป็นคู่ เป็นกลุ่มแบบนี้ท่าทางควรเป็นแบบสนุกสนาน เหมือนเพื่อนมาปาร์ตี้ หรือทำอะไรสนุกๆ ร่วมกันสิ่งนี้แหละสื่อถึงความเป็นเกาหลีได้มากทีเดียว

แอ็คชั่นธรรมชาติแบบไม่ธรรมชาติ

การนำเสนอเสื้อผ้าอีกแบบหนึ่งที่จะทำให้ภาพออกมา เกาหลี้ เกาหลี นั่นคือการนำเสนอภาพด้วยการแอ็คชั่นแบบเป็นธรรมชาติ อย่างเช่น การนอน การกินไอศกรีม การนั่งหลับ การนั่งเหม่อ และอีกสารพัดท่า การจัดท่าทางแบบนี้แม้ว่าจะเป็นธรรมชาติบนความไม่เป็นธรรมชาตินี่แหละ จะทำให้ภาพออกมาเกาหลีสมใจ แต่การจัดท่าอาจจะต้องยากหน่อย

หนุ่มต้องเน้นเนี๊ยบไว้ก่อน

มาดูหนุ่มๆ กันบ้าง หากเราจะนำเสนอเสื้อผ้าเกาหลีแบบหนุ่มๆ นั้น สิ่งสำคัญต้องจำไว้เลยคือ หนุ่มๆ นายแบบจะต้องเนี๊ยบ+สะอาดมาก ตั้งแต่หัวจรดเท้าต้องดูดีไว้ก่อน เนื่องจากหนุ่มเกาหลีไม่ว่าจะเป็นนักแสดง หรือ นักร้อง เค้าเน้นเรื่องนี้มาเป็นอันดับแรก

5 เคล็ดลับ สร้างความเชื่อมั่นให้ลูกค้า

การค้าขายออนไลน์นั้นบอกเลยว่าเดี๋ยวนี้ไม่ง่ายเลย เมื่อก่อนอาจจะขายแข่งกันที่ความแปลก ความไม่เหมือนใครของสินค้า หรือจะเป็นราคาถูกกว่าท้องตลาด แต่เดี๋ยวนี้เรื่องเหล่านี้ไม่แตกต่างกันแล้วสินค้าทุกอย่างทุกร้านสามารถหาซื้อมาได้เหมือนกันหมด นั่นทำให้แต่ละร้านจะต้องมาแข่งกันเรื่องความเชื่อมั่นของตัวเองต่อลูกค้า เราเลยมาขอแชร์เคล็ดลับที่จะทำให้ภาพลักษณ์ร้านของเรามีความเชื่อมั่นมากขึ้น

Online-Trading

รีวิวจากผู้ใช้จริง

การสร้างความเชื่อมั่นอย่างแรกให้ลูกค้าคนอื่นได้เห็นนั่นคือ การรีวิวจากผู้ใช้จริง เพราะนั่นหมายถึงการแสดงว่าสินค้าที่เราขายนั้นมีตัวตนจริง จ่ายเงินแล้วได้ของจริงไม่มีหลอกลวง หากมีการรีวิวคุณภาพสินค้าด้วยจะดีมากนั่น ทำให้ลูกค้าที่ยังลังเลสองจิตสองใจอยู่จะทำให้ตัดสินใจได้ดีขึ้น การรีวิวจากผู้ใช้จริงอาจจะเป็นการมาโพสต์บรรยาย การถ่ายภาพ หรือ อัดคลิปมาได้ยิ่งดี

การรับรองจากทางการ

การค้าขายออนไลน์เมื่อก่อนอาจจะเป็นเรื่องใหม่ทำให้ทางการตามไม่ทันเลยไม่มีการควบคุม หรือขึ้นทะเบียนเอาไว้ แต่เดี๋ยวนี้ทางภาครัฐได้มีการออกกฎหมายเพื่อปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ มีการขึ้นทะเบียน ออกใบรับรองอย่างชัดเจน ตรงนี้หากใครคิดจะขายของต้องไปขึ้นทะเบียนการค้าให้เรียบร้อย ใบรับรองเหล่านี้สร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้า ได้เป็นอย่างมากเนื่องจากจะทำให้เราเชื่อว่าร้านค้านี้มีตัวตนอยู่จริง สินค้ามีจริงไม่ใช่สินค้าผิดกฎหมาย

ตัวอย่างบิลส่งของ

หนึ่งกลยุทธ์สำคัญของพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ทำกันเยอะมากนั่นคือการแสดงบิลส่งของ บิลไปรษณีย์ หรือ บิลเคอร์รี่ เครื่องมือนี้นอกจากจะเป็นการแสดงให้กับลูกค้าปลายทางทราบด้วยว่า เลขที่พัสดุของตัวเองคือเลขอะไรจะได้ไปติดต่อหากสินค้าไม่ไปถึงตามกำหนด ยังเป็นการแสดงให้เห็นความเชื่อมั่นให้ลูกค้าคนอื่นเห็นด้วยว่า ร้านค้าของเรามีการซื้อขายสินค้าอย่างต่อเนื่อง ดูน่าเชื่อถือขึ้นเยอะ

การสร้างพันธมิตร

ร้านค้าเล็กๆ บนโลกออนไลน์จะทำยังไงให้อยู่รอดสู้กับรายใหญ่ได้ คำตอบแบบไม่ยากนั่นคือ เราต้องมีการจับมือสร้างกลุ่มหรือพันธมิตรสินค้า หรือ พันธมิตรอย่างอื่นด้วย ซึ่งการสร้างพันธมิตรนี้จะทำให้ลูกค้าเห็นว่า ร้านค้าของเรานั้นมีการพัฒนาตัวเองอีกอย่างการสร้างเครือข่ายแบบนี้ จะทำให้การสร้างโปรโมชั่นทำได้ดีขึ้นด้วย เช่น หากขายเสื้อผ้า อาจจะไปทำพันธมิตรกับร้านหมวก เพื่อจัดเซตเสื้อผ้าโปรโมชั่นพิเศษก็ได้

การโปรโมตผ่านสื่อ

ร้านค้าออนไลน์เดี๋ยวนี้ จะรอคอยโปรโมตในโลกออนไลน์อย่างเดียวคงจะไม่ได้แล้ว การลงทุนบางส่วนเพื่อโปรโมตผ่านสื่อด้วยจะดีมาก อาจจะไปขอโปรโมตบนเว็บอื่น หรือ โปรโมตบนเฟสก็ได้ การได้โปรโมตด้วยวิธีเหล่านี้จะทำให้ภาพลักษณ์ของร้านค้าน่าเชื่อถือยิ่งขึ้น นอกจากนั้นอาจจะได้ลูกค้าเพิ่มจากแรงโปรโมตด้วย ลองไปทำกันดูเคล็ดลับเหล่านี้

ขายออนไลน์ยังไงให้มีลูกค้าประจำ

การขายของออนไลน์นอกจากขายดีแล้ว พ่อค้าแม่ค้าหลายคนอาจจะต้องการขายให้มีลูกค้าประจำมากกว่า การมีลูกค้าประจำมีข้อดีหลายอย่าง เอาแค่ว่าลูกค้าประจำจะกลายเป็นกระบอกเสียง ให้เกิดการบอกต่อปากต่อปากว่าร้านเราดีจนทำให้เกิดลูกค้าใหม่เข้ามาเรื่อยๆ ก็ทำให้เรากำไรไม่รู้จบแล้ว ว่าแต่เราขายของออนไลน์ยังไงให้มีลูกค้าประจำได้เยอะ

Selling-Online

สะสมฐานลูกค้า

อยากมีลูกค้าประจำทำอย่างไร สิ่งแรกที่หลายคนมองข้ามไปนั่นคือการสะสมฐานลูกค้า อันนี้ถือว่าสำคัญเลยเราต้องเก็บข้อมูลลูกค้าให้ได้เยอะ โดยเฉพาะช่องทางติดต่อไม่ว่าจะเป็น ไลน์, อีเมล์, เฟส เป็นต้น ที่อยู่เหล่านี้จะทำให้เราสร้างลูกค้าประจำได้ด้วยการใช้เทคนิคต่อไปด้านล่าง ทริคมีอยู่ว่าเราควรให้มีการสมัครสมาชิกในร้านค้าออนไลน์ หรืออาจจะมีการสมัครเพื่อแลกอะไรบางอย่างก็จะช่วยได้

นำเสนอสินค้าตลอด

เมื่อเราได้ช่องทางการติดต่อระหว่างเรากับลูกค้าแล้ว เราจะได้เชื่อมต่อกับลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว เมื่อเชื่อมกันแล้วสิ่งที่ต้องทำต่อไปนั่นคือ จะต้องมีการนำเสนอสินค้าใหม่ๆ อยู่ตลอด หากคุณขายเสื้อผ้า แฟชั่นใหม่ต้องเข้าถึงมือลูกค้าตลอดอย่างน้อยก็ต้อง สัปดาห์ละหนึ่งครั้ง แม้ว่าลูกค้าจะไม่ซื้อแต่เพียงแค่ดูก็อาจจะทำให้เกิดโอกาสการขายได้แล้ว อย่าลืมว่าการส่งแคตตาล็อคให้กับลูกค้าดู เดี๋ยวนี้แทบไม่ต้องเสียเงินแล้ว กดไม่กี่คลิกก็เสร็จ

คอนเทนต์อย่าได้ขาด

หากยังไม่มีสินค้าใหม่ๆ เข้ามา อีกหนึ่งกลยุทธ์ต้องมีตลอดนั่นคือ คอนเทนต์ ต้องมีเสิร์ฟให้กับลูกค้าตลอด เรื่องราวที่เกี่ยวหรือไม่เกี่ยวกับสินค้าของเราก็ได้ จะเป็นคลิป บทความ เนื้อหา หรืออะไรก็ได้ ต้องมีให้เห็นไม่แน่ว่าคอนเทนต์เหล่านี้จะช่วยให้เราขายของได้เพิ่มอีกก็เป็นได้ ยกตัวอย่างเช่น บทความเกี่ยวกับสีนำโชคประจำเดือน อาจจะทำให้เราขายแหวนสีนำโชคก็ได้ เป็นต้น

โปรโมชั่นต้องมี

แรงดึงดูดสำคัญที่จะทำให้ลูกค้าขาจร กลายเป็นลูกค้าประจำได้นั้นคือ การใช้โปรโมชั่นอย่างต่อเนื่อง ยิ่งลูกค้าเก่าได้โปรโมชั่น ทั้งลดแลก แจกแถม จะช่วยให้ลูกค้ารู้สึกว่า ซื้อสินค้ากับเรานั้นคุ้มค่ากว่าร้านอื่น ทีนี้ก็ไม่อยากจะไปซื้อร้านอื่นแล้ว สุดท้ายจากลูกค้าขาจรกลายเป็นลูกค้าประจำในที่สุด

ความประทับใจต้องเกิด

แม้จะมีเครื่องมือต่างๆ มากมาย สิ่งสำคัญสุดที่จะทำให้ลูกค้าขาจรกลายเป็นลูกค้าขาประจำนั่นคือ เราต้องสร้างความประทับใจในการใช้บริการกับเราให้ได้ ตั้งแต่การเลือกซื้อสินค้า(ต้องมีสี ลาย ที่ตรงกับความต้องการ) จ่ายเงินได้ง่ายรวดเร็ว และจัดสิ่งสินค้าได้อย่างถูกต้อง หากมีปัญหาก็แก้ไขได้อย่างทันท่วงที หากทำให้เกิดความประทับใจแล้ว คงไม่มีใครอยากเปลี่ยนร้านไปเสี่ยงดวงร้านอื่นอย่างแน่นอน

eBay แหล่งขายของใหญ่สุดในโลก

แม้ว่าเราจะคุ้นเคยกับตลาดนัดออนไลน์มาบ้างแล้ว แต่ส่วนใหญ่มักจะเป็นตลาดซื้อขายในประเทศอย่างเช่น ขายดี Kaidee เป็นต้น แต่หากถามว่าตลาดนัดออนไลน์ หรือ แหล่งซื้อขายแลกเปลี่ยนสินค้าที่ใหญ่สุดและได้รับความนิยมมากสุดในโลกคือแห่งไหน คำตอบคือ eBay แหล่งขายของใหญ่สุดในโลก มาทำความรู้จักกัน

eBay-photo

eBay คืออะไร

eBay หากจะให้นิยามมันคือตลาดนัดออนไลน์ที่ใหญ่สุดในโลก มีสินค้ามากกว่า 400 ล้านชิ้น(ในอนาคตอาจจะก้าวไปถึง 1,000 ล้านชิ้นได้เลย) มีผู้เข้าไปประมูล ซื้อ ขาย สินค้าในเว็บมากถึง 200 กว่าล้านคน มีคนเข้าไปซื้อจากทั่วทุกมุมโลก ลองนึกภาพว่า เราเอางานหัตถกรรมบ้านเราไปวางแล้วจะมีคนทั่วโลกเข้ามาดูแค่นี้ก็ยิ่งใหญ่มากแล้ว

จุดเด่นของ eBay

อะไรทำให้ eBay กลายมาเป็นตลาดนัดออนไลน์ที่ใหญ่สุดในโลก เค้ามีอะไรดี มีอะไรเป็นจุดเด่น อย่างแรกคือระบบการให้คะแนน วิธีนี้คือการให้คะแนนเมื่อผู้ซื้อ ซื้อสินค้าจากผู้ขาย เมื่อทำธุรกรรมกันแล้วผู้ซื้อจะให้คะแนนผู้ขายว่าเป็นอย่างไร คะแนนสะสมเหล่านี้หากมีมากขึ้นจะทำให้ผู้ขายน่าเชื่อถือมากขึ้นไปเรื่อยๆ ด้วย ยิ่งน่าเชื่อถือก็จะทำให้การซื้อขายครั้งต่อไปทำได้ง่ายมากขึ้น

อีกหนึ่งจุดเด่นคือระบบการชำระเงิน eBay ได้จับมือกับพันธมิตรด้านการเงินชื่อว่า Paypal ขึ้นมา นั่นทำให้การชำระเงินสามารถทำได้ง่ายมากขึ้น แม้ว่าคนจ่ายเงินจะอยู่คนละซีกโลกก็ตาม Paypal  เป็นสื่อกลางให้เราได้หมด รอถอนจากธนาคารบ้านเราได้เลย

ทำกำไรจาก eBay ได้แบบไหนบ้าง

การเข้าไปเล่นในตลาดซื้อขายออนไลน์ eBay นั้นจะสามารถแบ่งวิธีทำกำไรได้ 3 วิธีคือ หนึ่งทำกำไรด้วยการเป็นผู้ขาย เราสามารถนำสินค้าของไทย ขึ้นไปขายยังตลาดโลกได้โดยเฉพาะอย่างยิ่งสินค้าหัตถกรรม งานฝีมือ ของเหล่านี้ต่างชาติชอบ สองการทำกำไรด้วยการเป็นซื้อ วิธีการก็ไม่ยากซื้อของใน eBay ที่ราคาถูกกว่าไทยจากนั้นก็นำมาขายต่อในตลาดออนไลน์บ้านเรา หรือจะเอาไปขายออฟไลน์ก็ได้ หรือสามกำไรในตำแหน่งพ่อค้าคนกลาง วิธีนี้คล้ายกับการจับเสือมือเปล่าด้วยการเอาสินค้ามาจากนั้นก็รอขายต่อไปเลย วิธีการนี้อาจจะต้องใช้เวลาและประสบการณ์พอสมควรเนื่องจากความน่าเชื่อถือต้องเยอะ

การเข้าไปซื้อ ขาย หรือ ประมูลสินค้าใน eBay นั้นแม้ว่าจะไม่ใช่เรื่องใหม่ในบ้านเรา แต่ก็ถือว่ายังเป็นอีกหนึ่งช่องทางสำหรับคนต้องการค้าขายอะไรสักอย่าง ไปในตลาดโลกไม่ว่าจะเป็นการซื้อขายด้วยตนเอง ธุรกิจขนาดย่อม หรือ โรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ วิธีการสมัครก็ไม่ยากลองเริ่มต้นดูสิ

อุปกรณ์ถ่ายภาพสินค้าที่คนขายของออนไลน์ต้องมี

การถ่ายภาพสินค้าให้สวยนอกจากช่างภาพจะต้องมีฝีมือ บวกกับทีมงานตกแต่งภาพต้องดีแล้ว การเตรียมความพร้อมก็เป็นเรื่องสำคัญ อุปกรณ์การถ่ายภาพให้สวยเดี๋ยวนี้มีเยอะแยะมากมาย ใครเป็นคนขายของออนไลน์ก็ต้องเตรียมหาซื้อมาไว้บ้าง เป็นการลงทุนที่ไม่แพงมากแต่รับรองว่าสิ่งที่ได้รับกลับมานั้นคุ้มเสียยิ่งกว่าคุ้มอีกมีอะไรบ้าง ไปดูกัน

Products-pic

กล้องถ่ายภาพ

กล้องเป็นเครื่องมือตัวแรกที่เราต้องมี แน่นอนว่าหลายคนอาจจะเถียงว่าเดี๋ยวนี้โทรศัพท์มือถือถ่ายรูปสวยๆ มีเยอะแล้วจะซื้อกล้องถ่ายรูปมาทำไม แต่เราขอแย้งเลยว่ารูปที่ได้จากกล้องถ่ายภาพนั้นมีความละเอียดกว่ากล้องโทรศัพท์มือถือเยอะ ยังไม่นับไฟล์ภาพจะมีความละเอียดมากกว่า สามารถนับไปปรับแต่งได้มากกว่า ดังนั้นคนขายออนไลน์ซื้อเหอะแล้วจะบอกว่ามันดีกว่ากล้องโทรศัพท์จริงๆ

กล่องสตูดิโอ

ตัวหลักผ่านไปแล้วมาดูตัวเสริมกันบ้าง อย่างแรกที่อยากให้ลองกันคือ กล่องสตูดิโอ มันคือกล่องขนาดเล็กสีขาว เวลาเราถ่ายภาพก็นำสินค้าไปวางไว้กลางกล่องแล้วถ่ายภาพจะทำให้ได้ภาพออกมาสวยงาม และขับให้สินค้าเด่นมากขึ้น แม้ว่าจะมีกล่องสตูดิโอทั้งแบบทำเองและซื้อ หากไม่เก่งงานช่าง งานประดิษฐ์ ก็ซื้อเหอะช่วยให้ภาพออกมาสวยได้แบบไม่ต้องแต่ง

ขาตั้งกล้อง

นอกจากกล้องถ่ายภาพแล้ว อีกอย่างหนึ่งที่ช่วยได้นั่นคือ ขาตั้งกล้อง อันนี้ต้องมีนะ แม้การถ่ายภาพจากกล้องถ่ายรูปด้วยมือจะทำได้รวดเร็ว แต่การใช้ขาตั้งกล้องจะช่วยให้ได้ภาพที่นิ่งกว่า ขาตั้งกล้องจะช่วยให้การถ่ายภาพสินค้าทำได้เนียนกว่า หรือจะถ่ายภาพสินค้าบนตัวนางแบบก็จะทำได้เร็วกว่าด้วย อาจจะใช้สายกดชัตเตอร์ช่วยให้การทำงานได้เร็วขึ้น อีกอย่างขาตั้งกล้องยังช่วยอีกรูปแบบหนึ่งด้วย

ไมค์สำหรับอัดเสียง

การขายของออนไลน์เดี๋ยวนี้ ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า การไลฟ์สดเป็นสิ่งจำเป็นอย่างมาก ไม่ว่าใครก็ไลฟ์สดขายของด้วยกันทั้งนั้น ทีนี้หากเราจะไลฟ์สดบ้าง นอกจากกล้องถ่ายทอด + ขาตั้งกล้อง (เห็นไหมว่าได้ทั้งภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหว) อีกตัวที่ขาดไม่ได้เลยคือ ไมค์สำหรับอัดเสียง อันนี้หาซื้อได้ราคาแพงหน่อยแต่บอกเลยว่าคุ้มค่ามากหากไมค์ดี เสียงดี เวลาไลฟ์สด แนะนำสินค้า หรือ ประมูลสินค้าก็เสียงดัง ฟังชัด ลูกค้าก็นั่งฟังตลอดก็จะนำไปสู่การปิดการขายได้

แท่นหมุน 360 องศา

อุปกรณ์อีกตัวมาแรงมาก จนเราต้องหยิบมาเข้าอันดับครั้งนี้ด้วย คือ แท่นหมุน 360 องศา เครื่องมือนี้จะเป็นแท่นวงกลมจากนั้นก็จะมอเตอร์เล็ก เราก็วางสินค้าได้เลยทีนี้แป้นหมุนก็ทำงานไป ลูกค้าก็สามารถมองเห็นสินค้าได้แบบ 360 องศาเลย จะเห็นว่ามักจะเอามาใช้คู่กับตอนไลฟ์สดด้วย ของเหล่านี้บอกเลยคนขายของออนไลน์ยุคนี้ใครก็ต้องมี

ภาพสินค้าต้องเช็คอะไรบ้างก่อนโพสต์ออกไป

ร้านค้าออนไลน์เดี๋ยวนี้มีการแข่งขันกันสูงมาก ไม่ว่าจะขายสินค้าอะไรก็ตามต่างต้องเจอคู่แข่งอย่างน้อย 5 ร้านขึ้นไป นั่นทำให้เราต้องพยายามทำให้ดีกว่าคู่แข่งด้วยเพื่อดึงดูดลูกค้ามาซื้อกับเรา หนึ่งในเครื่องมือสำคัญนั่นคือ รูปภาพ เพราะรูปภาพจะเป็นตัวแทนสินค้านั้นตลอดเวลาไม่ว่าเราจะออนไลน์ หรือ ออฟไลน์ อยู่ก็ตาม แต่ก่อนจะโพสต์รูปภาพออกไปเจ้าของร้านอย่างเราต้องเช็คเสียก่อนมาดูว่าต้องเช็คอะไรบ้าง

online-shop

แสง และ เงา

การถ่ายภาพให้ดี ให้สวยงามนั้น เรื่องของแสงสำคัญอย่างมาก แสงสว่างพอดีจะช่วยให้ภาพสินค้าชัดเจนและดึงดูดน่าสนใจยิ่งขึ้น กลับกันหากถ่ายภาพออกไปไม่ดีบังเงาจนมืด ก็ทำให้สินค้ามีความน่าสนใจน้อยลงไปด้วย ดังนั้นก่อนจะโพสต์ภาพสินค้าออกไป เราควรเช็คเรื่องแสงและมุมให้ดีเสียก่อนหากมืดก็ปรับแสงลงไป หรือ หากสว่างเกินไปก็กดให้พอดี

มุมมองของสินค้า

การเลือกซื้อสินค้าจากร้านค้าออนไลน์ ข้อมูลสำคัญที่ลูกค้าอยากได้นั่นคือ มุมมองของสินค้าว่าจะเป็นอย่างไร หากเป็นเสื้อผ้าก็ต้องถ่ายเตรียมไว้ครบทุกมุมทั้งด้านหน้า ด้านหลัง กระดุม หรือ มุมอื่นเท่าที่คิดได้ หากมีมุมมองของสินค้าครบถ้วนจะทำให้ลูกค้ามีข้อมูลตัดสินใจได้มากขึ้น ทำให้ก่อนจะโพสต์สินค้าออกไปควรเช็คก่อนว่าเราเตรียมภาพถ่ายของสินค้านั้นเพียงพอหรือไม่ สมมุติง่ายๆ ว่าหากเราอยากซื้อสินค้าตัวนี้เราอยากดูตรงไหนบ้างก็ได้

สีและลวดลายของสินค้า

แม่ค้าออนไลน์หลายคนเวลาสั่งสินค้ามาขายมักจะมีหลายแบบหลายลายให้ลูกค้าเลือกซื้อ นั่นทำให้ก่อนที่เราจะโพสต์ภาพสินค้าออกไป เราควรเช็คก่อนว่ามีภาพถ่ายสินค้าครบทุกสี ทุกลายที่ขายหรือยัง หากยังให้รีบทำซะให้เรียบร้อย อีกนิดหนึ่งหากมีหลายสี หลายลาย ควรมีภาพถ่ายหมู่ของสินค้ากลุ่มนั้นด้วยสัก 1 ภาพ เพื่อเป็นภาพเปิดอัลบั้มจะทำให้เป็นการดึงดูดลูกค้าให้สนใจอัลบั้มภาพเข้าไปอีก

ภาพเปิดตัวอัลบั้มสินค้า

หากเราคิดจะนำเสนอสินค้าของเราผ่านสังคมออนไลน์ เรื่องสำคัญอีกภาพหนึ่งต้องเช็คให้ดีก่อนโพสต์เลยนั่นคือ ภาพเปิดตัวสินค้า ภาพพวกนี้เราจะต้องทำให้สวย ให้น่าสนใจ ให้น่าดึงดูดมาก ภาพนี้จะเป็นภาพใหญ่อาจจะเป็นภาพแนวนอน หรือ แนวตั้งขนาดใหญ่หน่อยก็ได้ ภาพนี้จะต้องมีการนำเสนอสินค้าอย่างแนบเนียน หากภาพนี้สวยบอกเลยยอดขายปังแน่นอน บางคนอาจจะใส่ลูกเล่นอย่างเช่นคำโปรยเกี่ยวกับสินค้าด้วย เพื่อเพิ่มความน่าสนใจและบอกข้อมูลคร่าวๆ ของสินค้าไปพร้อมกันด้วย

หากใครกำลังวางแผนจะขายสินค้าออนไลน์ตัวไหนก็ตาม ลองนำเรื่องเหล่านี้ไปปรับใช้ดูก่อนการโพสต์สินค้าครั้งต่อไป เชื่อว่าทำแล้วยอดขายต้องพุ่งขึ้นอย่างแน่นอน

โพสต์ขายยังไงให้ได้ขาย มีเทคนิคมาบอก

การขายสินค้า บริการทั้งมือหนึ่ง และมือสอง เดี๋ยวนี้ถือว่าสะดวกกว่าเดิมเยอะไม่ว่าจะเป็นการเปิดขายด้วยหน้าร้านออนไลน์ของตัวเอง หรือจะไปโพสต์ขายตามชุมชนออนไลน์ต่างๆ ทั้งชุมชนออนไลน์ทั่วไป หรือ ชุมชนออนไลน์เฉพาะทาง แม้ว่าจะมีช่องทางเยอะแต่ก็มีคู่แข่งเยอะด้วย เราจะทำอย่างไร โพสต์ขายยังไงให้ได้ขาย ให้ลูกค้าซื้อ ข้างล่างนี้เป็นเทคนิคลับที่เราล้วงมาบอกกัน

Sales

พาดหัวต้องโดน

ประโยคแรกสำคัญมากในการโพสต์ขายไม่ว่าจะเป็นการโพสต์ขายหน้าร้าน หรือ โพสต์ขายบนกระดานซื้อขาย การพาดหัวต้องเร้าความสนใจคนอ่านอย่างมาก ต้องมีการบอกรายละเอียดบางอย่างด้วย เรามีสูตรแนะนำ คือ วลี+ข้อมูลเบื้องต้นของสินค้า โดยวลีนั้นต้องเป็นคำที่เรียกแขกได้ดี เช่น ขายด่วน, ถูกกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว, ซื้อเถอะอยากขาย, เจ้าของขายเอง เป็นต้น วลีเหล่านี้อาจจะมองว่าไม่สำคัญแต่เชื่อเลยพาดลงไปนะ เรียกยอดคนคลิกได้ดี

ข้อมูลต้องมีครบ

ถัดจากประโยคพาดหัว ก็จะมาถึงเรื่องของรายละเอียดสินค้า หรือบริการที่เราจะนำเสนอ ตรงนี้เราแนะนำว่าข้อมูลจะต้องมีครบถ้วนเลย ไม่ว่าจะเป็นรายละเอียดของสินค้า ผู้ขาย ช่องทางการติดต่อ ภาพประกอบ ฯลฯ ต้องใส่ให้ครบแต่ต้องไม่มากเกินไปจนลายตา คนก็มองผ่านไปเหมือนกัน รายละเอียดตรงนี้จะเป็นการแสดงความน่าเชื่อถือของผู้ขายและสินค้านั้นว่ามีจริง ซื้อขายจริงไม่มีหลอก

จุดเด่นของสินค้า

ไม่เพียงแค่รายละเอียดเท่านั้นที่เราต้องแสดง หากอยากขายจริงๆ เราต้องแสดงจุดเด่นของสินค้าและบริการนั้นออกมาให้ชัดเจน เช่น หากขายอสังหาริมทรัพย์ก็ต้องโชว์ให้เห็นว่ามันมีดีอย่างไร ทำเลตรงไหน ราคาคุ้มค่าแค่ไหน เป็นต้น จะขายออกหรือไม่ออก ก็อยู่ตรงจุดเด่นนี่แหละ หากจุดเด่นอ่านแล้วคลิก เชื่อเลยว่าคนซื้อไม่ลังเลแน่นอน

ภาพประกอบต้องดีมาก

สินค้าและบริการส่วนใหญ่หากจะให้ดีมันต้องขายมันได้ด้วยตัวมันเอง แต่การขายของออนไลน์สิ่งที่จะขายสินค้าได้ดีที่สุดนั่นคือ ภาพประกอบนั่นเอง หากเราต้องการโพสต์ให้ขายสินค้าได้ เรื่องภาพต้องพิถีพิถันกันหน่อย ภาพจะต้องสวย และแสดงความเป็นสินค้านั้นออกมาได้มากที่สุด อาจจะมีภาพหลายมุมมองเพื่อเพิ่มการตัดสินใจให้มากขึ้นก็ได้ อย่างเช่น การโพสต์ขายรองเท้ากีฬาอาจจะต้องถ่ายทั้งมุมหลังเท้า พื้นรองเท้า ด้านข้าง ภายในรองเท้า ลิ้นรองเท้า เป็นต้นอย่าลืมว่าเรากำลังโพสต์ขายของออนไลน์เราไม่รู้ว่าใครจะดูตรงไหนบ้าง เตรียมไว้ก่อนเป็นดี

เลือกแหล่งโพสต์ให้เหมาะ

การจะโพสต์ขายให้ได้นั้น สถานที่โพสต์จัดว่าสำคัญอย่างมาก สถานที่โพสต์แบ่งออกเป็นสองกลุ่ม กลุ่มแรกเป็นกลุ่มทั่วไปเราอาจจะต้องใช้บริการเว็บบอร์ดหรือแห่งซื้อขายดังๆ เป็นหลัก อีกกลุ่มหนึ่งเป็นกลุ่มเฉพาะทาง เช่น หากจะขายบ้านก็ต้องไปโพสต์ขายตามเว็บประกาศขายบ้านด้วย จะช่วยเพิ่มโอกาสขายให้มากขึ้น