All posts by admin

6 วิธีโพสขายของในยุคสมาร์ทโฟนครองเมือง

การขายเป็นรูปแบบศิลปะที่ต้องใช้เครื่องมือและพรสวรรค์ที่แตกต่างกันเพื่อให้งานสำเร็จลุล่วง การระบุผู้ที่สนใจซื้อผลิตภัณฑ์ได้ เราเรียกว่า ‘โอกาสในการขาย’ นี่เป็นแค่ขั้นตอนแรกของทุกอย่าง เพราะนอกจากนี้เราต้องการโน้มน้าวให้พวกเขาซื้อผลิตภัณฑ์ของคุณให้ได้ ด้วยยุคดิจิตอลที่ทุกคนมีมือถือเข้าถึงอินเตอร์เน็ตได้ตลอดเวลา ใครก็สามารถเป็นพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ได้ แต่สิ่งที่จะทำให้เราแตกต่างออกไปคือความเก๋าเกมซึ่งคุณสามารถเรียนรู้ได้จากเราที่นี่ กับเทคนิค 6 อย่างที่จะช่วยให้คุณพิชิตเป้าหมายได้อย่างสบายๆ

1.ขายในเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซของตัวเอง

ไม่ว่าคุณจะขายอะไรคุณต้องมีเว็บเพื่อให้สามารถแข่งขันได้ เว็บไซต์ที่ออกแบบอย่างมืออาชีพจะช่วยดูงดูดให้ผู้คนสนใจมากขึ้น เป็นการสร้างภาพลักษณ์ให้มีความน่าเชื่อถือ นอกจากนี้ยังยังช่วยให้คุณจัดการหน้าร้านออนไลน์ได้อย่างง่ายดาย ปัจจุบันนี้มีเว็บไซต์สำเร็จรูปที่รองรับร้านค้าออนไลน์มากมาย เช่น Joomla หรือ Word Press ซึ่งถ้ามีความรู้เราสามารถสร้างเว็บที่สวยงามได้อย่างประหยัด แต่ถ้าอยากเอาสบายก็สามารถจ้างคนทำก็สะดวกดีเช่นกัน เพียงแค่จ่ายเงินก็มีเว็บขายของได้แล้ว ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าสุดๆ

2.ขายในเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซ

หากไม่มีความรู้ในด้านการสร้างเว็บเลย และก็ไม่อยากลงทุนมากในช่วงเริ่มต้น คุณสามารถใช้แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซอื่นๆ เพื่อขายผลิตภัณฑ์ได้บนตลาดออนไลน์เช่น eBay เป็นสุดยอดเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซบุคคลที่สามเนื่องจากเกือบทุกอย่างสามารถขายได้ที่นั่น อย่างไรก็ตามคู่แข่งที่ขายสินค้าคล้ายๆ กัน ซึ่งจะต้องแข่งขันกันในด้านคุณภาพ ความน่าเชื่อถือ และความเร็วในการจัดส่งสินค้า เว็บไซต์อีคอมเมิร์ซในไทยยอดนิยมได้แก่ Shoppe กับ Lazada

Post-of-sale

 

3.ใช้โฆษณาแบบจ่ายต่อคลิก

โฆษณาแบบจ่ายต่อคลิก (PPC) มีให้เห็นทั่วไปบนอินเทอร์เน็ต มันช่วยนำทางลูกค้าไปยังเว็บไซต์ของคุณ ตามชื่อมันเลย หมายความว่าคุณจะจ่ายเฉพาะเมื่อมีคนคลิกที่โฆษณา ซึ่งทำให้วิธีนี้มีประสิทธิภาพด้านต้นทุน อย่างไรก็ตามคุณต้องตั้งค่าเว็บไซต์หรือหน้า Landing Page ในลักษณะที่โน้มน้าวใจลูกค้าที่มุ่งหวังให้พวกเขาซื้อผลิตภัณฑ์ภายในเว็บไซต์

 

4.การเพิ่มประสิทธิภาพกลไกค้นหา (SEO)

บนโลกของเรามีเว็บไซต์หลายล้านเว็บ ดังนั้นผู้คนจะค้นหาคุณได้อย่างไรเมื่อพิมพ์คำค้นหาลงใน Google การเพิ่มประสิทธิภาพกลไกค้นหาหรือ SEO เกี่ยวข้องกับการตั้งค่าเว็บไซต์ในวิธีที่กระตุ้นให้อัลกอริทึมของ Google ให้ชี้มายังเว็บไซต์ของเรา โดยอาศัยคำที่เรียกว่า Keyword หลัก โดยเราจะต้องศึกษาอย่างจริงจังหากจะทำให้ประสบความสำเร็จ ดังนั้นหากเราทำได้จะทำให้เว็บไซต์อยู่ในอันดับสูงขึ้น หรือก็คืออยู่ในหน้าแรกนั่นเอง ช่วยให้ลูกค้าสามารถค้นพบผลิตภัณฑ์ที่คุณขายได้ง่ายขึ้น

5.มีส่วนร่วมในการตลาดสื่อสังคมออนไลน์

การมีเว็บไซต์ช่วยให้เราสามารถใช้ประโยชน์จากกลยุทธ์ต่างๆได้ เช่นโฆษณา PPC และ SEO แต่การมีสื่อสังคมออนไลน์ทำให้สามารถเชื่อมต่อกับผู้ซื้อได้อย่างเป็นส่วนตัวได้มากขึ้น การตลาดโซเชียลมีเดียช่วยสามารถแสดงค่านิยมหลักของตัวคุณ ช่วยให้คุณสามารถช่วยเหลือหรือตอบข้อสงสัยของลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว การรักษาการตอบสนองเหล่านี้ให้สม่ำเสมอ จะช่วยสร้างชื่อเสียงในด้านดีให้กับเว็บไซต์ของคุณ ซึ่งลูกค้าจะชอบและชวนเพื่อนๆ ให้มาซื้อของกับคุณมากขึ้น

Post-seo

 

6.การตลาดเนื้อหาที่นอกเหนือจาก SEO

วิธีสุดท้ายสำหรับการขายเชื่อมโยงกับกลยุทธ์อื่นๆ การตลาดเนื้อหาเกี่ยวข้องกับการสร้างเนื้อหาที่เป็นลายลักษณ์อักษร หรือภาพเพื่อให้ความรู้ความบันเทิง หรือมีส่วนร่วมกับลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย การตลาดเนื้อหาที่เน้นหนักเกินไปในการส่งเสริมผลิตภัณฑ์ของคุณนั้นไม่ได้มีประสิทธิภาพเท่ากับเนื้อหาที่มีเป้าหมายเพื่อให้คุณค่าแก่ผู้ชม แต่ก็ควรที่จะมีการเรียกร้องให้ดำเนินการหรือเชื่อมโยงไปยังหน้าผลิตภัณฑ์ของคุณภายในข้อควา

Shopee ตลาดขายของบนโลกออนไลน์

Shopee คือ ตลาดขายของที่เป็นคนกลางในโลกออนไลน์ เน้นการซื้อ – ขายแบบโซเชียล ซึ่งเน้นการใช้งานผ่านโทรศัพท์มือถือ หน้าเว็บไซต์ออกแบบมาให้ลูกค้าทุกคนเลือกดูพร้อมซื้อ – ขายได้อย่างสะดวก อีกทั้งยังสนับสนุนทางด้าน Logistics เพื่อให้การซื้อ – ขายออนไลน์กลายเป็นเรื่องที่สะดวกมากกว่าที่เคย

มีต้นกำเนิดมาจากประเทศสิงคโปร์

โดย Shopee มีต้นกำเนิดมาจากประเทศสิงคโปร์ จนกระทั่งลามเข้ามาในประเทศไทย ซึ่ง Shopee ในประเทศไทยจัดเป็น 1 ในประเทศในโซนภูมิภาคอาเซียน ที่เจริญเติบโตอย่างเร็วมากๆ Shopee เปิดตัวอย่างเป็นทางการในเดือนธันวาคม พ.ศ.2558 ซึ่ง ณ ปัจจุบันมีผู้ใช้งานมากกว่าถึง 4 ล้านคน ภายในระยะเวลาแค่ 2 ปีเท่านั้น อีกทั้งยังมีสินค้าให้เลือกซื้อมากกว่า 3 ล้านรายการ โดยเติบโตเร็วกว่า Lazada ซึ่งเข้ามาทำตลาดก่อนแบบมาแรงแซงทางโค้ง สิ่งหนึ่งที่ทำให้ Shopee มีความแตกต่างจากคู่แข่งรายอื่นๆ ในท้องตลาด คือ เรื่องของความรวดเร็วและความปลอดภัย ตลอดจนนำเสนอสินค้าในราคาที่ถูกกว่าเจ้าอื่น

ความสะดวกรวดเร็ว – ผู้ซื้อติดต่อกับผู้ขายได้โดยตรงผ่านทางข้อความ LiveChat โดยในช่องทางนี้คุณสามารถใช้สอบถามรายละเอียดของสินค้าได้

ความปลอดภัย – การซื้อ-ขาย ผ่าน Application ที่เชื่อถือได้ โดยมี Shopee เป็นตลาดคอยเชื่อมต่อ เพราะฉะนั้นเมื่อเกิดปัญหาคุณก็สอบถามทาง Shopee ได้โดยตรงเลย

สินค้าถูกกว่า – โดยทาง Shopee มีความพิเศษ คือ มีการแจกโค้ดส่วนลดอยู่เป็นประจำ ซึ่งทางด้านผู้ขายเองก็ลดเองได้เช่นเดียวกัน หากแต่ส่วนนี้ก็เรียกได้ว่ามีการแข่งขันกันสูงเช่นเดียวกัน โดยเฉพาะในส่วนของทางคู่แข่งยักษ์ใหญ่อย่าง Lazada เองก็ตาม

ณ ปัจจุบันนี้ บริษัท Shopee มีให้บริการอยู่ 7 ประเทศ ซึ่งประเทศล่าสุดคือประเทศไทย โดยเพียงเปิดมาแค่ครึ่งปี ก็จำนวนผู้สมัครเข้ามาใช้งานมากกว่า 4 ล้านราย หากแต่ทางผู้ให้บริการก็ยังไม่ได้คัดกรองว่าผู้ที่สมัครเข้ามาเป็นผู้ซื้อ –ผู้ขาย สัดส่วนใดมีจำนวนมากกว่ากัน

รูปแบบการดำเนินธุรกิจของ Shopee

สำหรับรูปแบบการดำเนินธุรกิจของ Shopee เกิดขึ้นระหว่างผู้บริโภคกับผู้บริโภคเป็นหลัก ซึ่งต่อมาทาง Shopee ก็เห็นโอกาสนี้นำมาเพิ่มช่องทางตลาดระหว่างธุรกิจกับผู้บริโภค ในรูปแบบที่มีความผสมผสานกัน โดยเมื่อนำมาเปรียบเทียบกับคู่แข่งแล้ว ข้อดีของ Shopee ก็คือ ไม่เรียกเก็บค่าธรรมเนียม รวมทั้งค่า Commission กับผู้ขาย และตรงจุดนี้จึงจัดเป็นข้อได้เปรียบข้อหนึ่ง ระหว่างผู้ที่มาลงขายสินค้ากับทาง Shopee หากแต่ต่อมามีค่าใช้จ่ายต่างๆ เข้ามามากมาย จึงทำให้ Shopee เกิดการเปลี่ยนแปลงกติกาตรงจุดนี้ใหม่ ด้วยการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมร้อยละ 2 จากผู้ขาย โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2562 เป็นต้นไป หากแต่ยกเว้นช่องทางหนึ่งนั่นก็ คือ AirPay ที่ผูกมิตรโดยตรงกับ Shopee ก็จะไม่มีการเรียกเก็บเงินตรงส่วนนี้อีกต่อไป และยังทำหน้าที่เป็น Asset Light Marketplace เนื่องจากการดำเนินงานของ Shopee ไม่มีคลังสินค้า อีกทั้งยังเป็นการผูกสัมพันธมิตรกับผู้ให้บริการมากกว่า 70 แห่ง โดยมีการสนับสนุนทางด้าน Logistics ให้แก่ผู้ใช้บริการ สำหรับในประเทศไทยทางด้านการขนส่ง Shopee ก็ได้ประสานงานกับบริษัทขนส่งชั้นนำภายในประเทศต่างๆ มากมาย เช่น ไปรษณีย์ไทย/Kerry Express และ DHL Express โดยมีเป้าประสงค์ในการรับสินค้าและจัดส่งสินค้าอย่างรวดเร็วและมีคุณภาพสินค้าไม่เสียหาย

หากแต่อย่างไรก็ตามถึงแม้อุตสาหกรรม E-Commerce จะขึ้นแท่นกลายเป็นการค้าขายที่ฮิตติดความสนใจแห่งอนาคตซึ่งโดนใจคนรุ่นใหม่ อีกทั้งยังส่อเค้าแววว่าน่าจะเข้ามาแทนที่ Modern Trade หากแต่ในเรื่องของแต่ล่ะวัฒนธรรม ในแต่ละประเทศก็มีความแตกต่างกันเป็นอย่างยิ่ง เช่น ชาวสิงคโปร์นิยมเดินห้างเพื่อจับจ่ายซื้อของเป็นหลัก ส่วนวัฒนธรรมของคนไทยนิยมเดินห้างเนื่องจากพาครอบครัวไปเที่ยวดูสิ่งของสวยงาม เป็นต้น ด้วยเหตุนี้ ความแตกต่างทางวัฒนธรรม จึงเป็นเรื่องที่ต้องนำมาประกอบการพิจารณาเช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้นคุณการตามกระแสของโลกที่มีการเปลี่ยนแปลงไปตลอดเวลาจึงเป็นเรื่องที่มีความสำคัญมาก

Lazada แหล่งช้อปปิ้งออนไลน์ยอดฮิต

ในปัจจุบันนี้ชีวิตของมนุษย์มีความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น เนื่องจากมีเทคโนโลยีต่างๆ เกิดขึ้นมามากมาย และจากเทคโนโลยีเหล่านี้นี่เอง ซึ่งได้เข้ามาอำนวยความสะดวกสบายให้แก่มนุษย์ในหลายด้าน เช่น หาเงินด้วยการทำงานผ่านอินเตอร์เน็ต , เสพสื่อความบันเทิง หรือแม้จะเป็นการซื้อของทางออนไลน์ก็ตาม ซึ่ง ณ ปัจจุบันนี้มีผู้คนจำนวนมาก ใช้บริการสั่งซื้อของออนไลน์จำนวนมาก เมื่อพูดถึงการสั่งซื้อของออนไลน์แล้ว หนึ่งในเว็บไซต์มีขนาดใหญ่สุดในประเทศไทยของเรา ก็คือ LAZADA นั่นเอง และวันนี้ก็จะมาแนะนำให้คุณผู้อ่านได้ทำความรู้จักกับเว็บไซต์แห่งนี้ให้ดีขึ้นกัน

Lazada อีกหนึ่งเว็บไซต์ ซื้อ – ขาย ออนไลน์อันดับต้น ของประเทศไทย

Lazada คือ เว็บไซต์ซึ่งเป็นสื่อกลางในการชักนำผู้ซื้อและผู้ขายของออนไลน์ให้มาเจอกัน ผ่านทางอินเตอร์เน็ต โดยมีชื่อเสียงจัดอยู่ในอันดับต้นๆ ของประเทศไทย ซึ่งได้รับการพัฒนาขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง ภายใต้แนวคิดแหล่งช้อปปิ้งออนไลน์คุณภาพสูง โดยมีสินค้านานาชนิดให้เลือกหลากหลาย หากแต่มีสินค้าหลัก คือ ในเรื่องของสินค้าประเภทอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งมีให้คุณเลือกนานาชนิดตั้งแต่ของชิ้นเล็กจวบไปจนกระทั่งของชิ้นใหญ่

เข้ามาตีคลาดในประเทศไทย เพราะเล็งเห็นความเจริญรุ่งเรืองในอนาคต

เมื่อมีการเปิดการค้าเสรี จึงทำให้บริษัทยักษ์ใหญ่จากเยอรมันเจ้านี้เห็นหนทางในการลงทุน เข้ามาลงทุนใน 4 ประเทศ ซึ่งตั้งอยู่ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ภายใต้ชื่อ LAZADA โดย LAZADA จัดเป็นบริษัท E-Commerce ที่มีความโดดเด่นเป็นอย่างมาก ซึ่งนั้นก็คือ บริษัทที่ให้บริการซื้อ – ขายสินค้าผ่านทางเว็บไซต์ จากการไม่มีความจำเป็นในการเปิดหน้าร้านเพื่อขายสินค้านี้เอง จึงทำให้ LAZADA ลดต้นทุนลงไปได้มาก เช่น พนักงานคิดเงิน , ค่าเช่าร้าน เป็นต้น เพราะฉะนั้นจึงทำให้ LAZADA ขายสินค้าได้ในราคาถูกมากกว่าร้านค้าอื่นๆ นั่นเอง

จุดเด่นของ Lazada ที่ทำให้รักษาอันดับ 1 ไว้ได้อย่างยาวนาน

การที่ Lazada สามารถยืนอยู่เหนือคู่แข่งได้ เป็นเพราะการรักษามาตรฐานไว้ได้อย่างต่อเนื่อง รวมทั้งยังรักษาความน่าเชื่อถือได้อย่างยาวนาน อีกทั้งยังมีเจาะลึกศึกษาความนิยมของตลาด รู้เท่าทันความต้องการของผู้บริโภคชาวไทย ได้อย่างต่อเนื่อง เป็นบริษัทที่ทำการบ้านมาอย่างหนักจริงๆ อีกทั้งยังมีการนำกลยุทธ์ต่างๆ มาช่วยสร้างประสบการณ์ใหม่ให้แก่ลูกค้าในการช็อปปิ้ง ได้เต็มประสิทธิภาพถึง 100 %

หัวใจสำคัญของ Lazada คือทำให้ผู้บริโภคเกิดความมั่นใจ และกลายมาเป็นลูกค้าประจำ

โดยเริ่มจากเรื่องของราคาสินค้า ซึ่งลูกค้าสามารถพิสูจน์ได้ว่าเป็นราคาที่คุ้มค่า อีกทั้งยังรวมถึงระบบรับประกันอีกด้วย ตลอดจนการคืนสินค้าซึ่งมีความเชื่อถือได้ว่า ผู้ซื้อจะได้ของที่มีคุณภาพจริงๆ ตรงตามคำโฆษณา โดย ณ ปัจจุบัน Lazada เปิดให้บริการอยู่ใน 6 ประเทศ รวมถึงประเทศไทยของเราด้วย

ข้อดีของ LAZADA ที่น่าสนใจ

สำหรับ Lazada เป็นเว็บไซต์ที่รวบรวมสินค้าออนไลน์ ที่ผู้เข้ามาใช้งานสามารถเป็นได้ทั้งผู้ซื้อ – ผู้ขายในเวลาเดียวกัน ขายของได้แม้จะนั่งอยู่ในบ้าน อีกทั้งยังมีประโยชน์ในเรื่องที่สามารถสร้างรายได้ให้แก่ตัวเองได้ อีกทั้งยังมีความสะดวกสบายในเรื่องของการสั่งซื้อของที่ไม่จำเป็นต้องใช้เวลาเดินช็อปปิ้งตามห้างหรือร้านค้าให้เสียเวลา

โดยการเข้ามาของ Lazada เป็นการทำให้การซื้อของออนไลน์นั้นมีความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังให้ความสะดวกรวดเร็วกับผู้ซื้อด้วย ซึ่ง ณ ขณะเดียวกัน คุณก็ควรเลือกซื้อสินค้าที่มีคุณภาพดี และอย่าเชื่อคำโฆษณาง่ายๆ ว่าสินค้าที่คุณเห็นเป็นชิ้นแรกนั้นมีคุณภาพที่ดีจริง แนะนำว่าคุณควรเลือกเข้าไปดูในหลายๆ ร้านค้าก่อน เพื่อนำมาเปรียบเทียบกัน เพื่อหาสินค้าที่มีความโดนใจและคุ้มค่าเงินมากที่สุด จะได้ใช้บริการอย่างมีความสุขนั่นเอง

เทคนิคการขายสินค้าให้ได้กำไรเพิ่มยอดขายให้รุ่ง

การขายสินค้าบน eBay ไม่ใช่ว่าทุกคนจะประสบความสำเร็จในการขายได้เหมือนกันทั้งหมด เพราะการขายบนเว็บไซต์ที่มีผู้คนต่างก็วางขายกันเยอะแยะขนาดนี้คงยากแน่ๆ ถ้าอยู่ดีๆ เราจะทำให้สินค้าของเราขายออกได้ ทว่าการขายในทุกช่องทางมันก็มีเทคนิคเป็นของตนเองด้วยกันทั้งสิ้น ขึ้นอยู่กับว่าจะเลือกเอาเทคนิคไหนมาใช้งานมากกว่า และใครที่กำลังขายของบน eBay แล้วอยากรู้เทคนิคขายยังไงให้ปัง มาดู 3 วิธีดีๆ ที่ช่วยให้ยอดขายของคุณพุ่งกระฉูดแน่

เทคนิคง่ายๆ ในการขายสินค้าให้ปังบน eBay

  1. ภาพสินค้าต้องสวยงาม มีความคมชัด และมองเห็นทุกมุม – ต้องยอมรับว่าการซื้อขายสินค้าบนโลกออนไลน์เรื่องของภาพคือเรื่องสำคัญมากยิ่งถ้าใครอยากขายสินค้าบน eBay ให้ยอดพุ่งทะลุเพดานการลงภาพสินค้าให้เยอะ ครบทุกมุม สวยงาม คมชัดคือสิ่งแรกที่จะช่วยให้การขายของคุณได้ผลดังใจหวัง เพราะใน eBay คุณสามารถลงภาพสำหรับขายสินค้าได้ถึง 12 ภาพ ยิ่งภาพไหนมีความสวยงาม ดูสะดุดตาคนที่เข้ามามากที่สุดจะยิ่งช่วยกระตุ้นยอดขายของคุณให้เพิ่มขึ้นมาด้วย อีกเรื่องสำคัญคือหากสินค้าเป็นสินค้ามีตำหนิควรเลือกถ่ายบริเวณตำหนิ นั้นให้เห็นด้วยเพื่อเวลาลูกค้าจะได้รู้ก่อนซื้อและไม่โดนต่อว่าภายหลัง ทริคเล็กน้อยคือควรลงภาพให้เป็นพื้นหลังสีเดียวและอย่าใส่ลายน้ำ
  2. ตั้งชื่อ Title พร้อมลงรายละเอียดใน Item Specifics ให้ชัดเจน – เราแค่ทำการใส่ชื่อคีย์เวิร์ดหรือคำค้นหาที่ได้รับความนิยมจากผู้ซื้อ หรือลองกดค้นหาสินค้าที่กำลังจะวางขายของตนเองทำนองถ้าต้องการหาสิ่งนี้คนส่วนใหญ่พิมพ์ค้นหาว่าอะไร จุดสำคัญมากๆ ในการระบุคือ ชื่อยี่ห้อสินค้า, ประเภทผลิตภัณฑ์, สี, ขนาด, ชื่อรุ่น และรายละเอียดต่างๆ ที่มองแล้วสำคัญต่อการตัดสินใจซื้อ ตัว Title ของ eBay สามารถใส่ได้ถึง 80 ตัวอักษร อีกจุดคือการลงรายละเอียดใน Item Specifics ต้องลงแบบละเอียดยิบ เพราะยิ่งใส่ข้อมูลเอาไว้เยอะเท่าไหร่โอกาสที่จะถูกขายไปมีสูงมาก พูดง่ายๆ ยิ่งรายละเอียดเยอะคนยิ่งตัดสินใจซื้อเร็ว

นักขายมือใหม่ต้องลงขาย 7 วัน ไล่ลงขายทุกวัน เพราะเป็นการเรียนรู้ตลาดและมีสินค้าขายตลอด – พูดง่ายๆ ว่าเหมือนเป็นการลองเชิงทดสอบการขายว่าควรต้องทำอย่างไร เหมือนเวลาเราไปเข้าทำงานก็ต้องฝึกงานกันเบื้องต้นก่อนว่าทำแบบไหนถึงถูกต้อง เพียงแต่การขายของบน eBay มันไม่ได้มีพี่เลี้ยงมาดูแลเทคแคร์ สิ่งที่ทำได้จึงต้องเรียนรู้ด้วยตนเอง รวมถึงยังเป็นการทำให้มีสินค้าวางขายตลอดอีกด้วย

เคล็ดลับการตั้งชื่อสินค้า สำหรับผู้ขายมือใหม่

การขายสินค้าออนไลน์บน eBay อีกปัจจัยสำคัญในการทำให้มีโอกาสขายออกได้ดี รวดเร็ว ไม่เกิดการค้างสต็อกเอาไว้มากเกินไปนั่นคือต้องรู้จักวิธีเลือกตั้งชื่อสินค้า ให้ออกมามีความเหมาะสมมากที่สุด เข้าใจได้ว่าสินค้าที่คุณวางขายนั้นมันแทบไม่ได้ต่างจากสินค้าที่คนอื่นวางขายเท่าไหร่เลย คำถามคือแล้วเราจะต้องทำอย่างไรเพื่อให้สินค้าเราโดดเด่นและมีคนให้ความสนใจมากเป็นลำดับต้นๆ ยิ่งมีคนให้ความสนใจมากก็ยิ่งทำให้โอกาสการขายสินค้าได้มีสูง ดังนั้นจึงมีเคล็ดลับในการตั้งชื่อสินค้าสำหรับคนเป็นนักขายรายใหม่มาให้ได้รู้จัก พร้อมทำความเข้าใจไปด้วยกัน

Product-Name

เคล็ดลับง่ายๆ ในการตั้งชื่อสินค้าสำหรับผู้ขายมือใหม่บน eBay

หลักการเริ่มต้นง่ายๆ คือผู้ขายทุกคนสามารถใส่ชื่อคีย์เวิร์ดที่มักนิยมใช้เรียกสินค้าชนิดนั้นลงไป หรือคีย์เวิร์ดดังกล่าวอาจเป็นคีย์เวิร์ดที่คนนิยมใช้ในการพิมพ์ค้นหาชื่อสินค้านั้นอยู่ วิธีเลือกดูว่าคีย์เวิร์ดไหนเหมาะสมลองดูในตลาด บางทีก็ดูใน Sold Listings ว่าชื่อสินค้าที่เราจะเลือกมาวางขายนั้นส่วนใหญ่แล้วเขาเรียกมันว่าอะไร มีกลุ่มศัพท์ในประเภทเดียวกัน คล้ายคลึงกันอันไหนเกี่ยวข้องบ้างหรือไม่

เคล็ดลับต่อมาอันนี้ลองใช้กับตัวเองโดยยกตัวเองเป็นตัวเปรียบเทียบ คิดภาพตามง่ายๆ หากคุณเองเป็นคนต้องการซื้อสินค้านั้นจะเลือกพิมพ์ค้นหาชื่อสินค้านั้นว่าอะไร จุดสำคัญอีกเรื่องคือต้องมีการระบุถึงยี่ห้อ, ระบุประเภทของตัวผลิตภัณฑ์, ปีผลิต, ขนาด, สี, ชื่อรุ่น รวมถึงรายละเอียดสำคัญต่างๆ เอาไว้ให้ชัดเจน เคล็ดลับนี้จะช่วยเพื่อโอกาสในการที่ผู้ซื้อสามารถค้นหาสินค้าคุณเจอได้ง่ายขึ้นกว่าเดิม โดยที่แทบไม่ต้องทำอะไรเลย

อีกรูปแบบที่ eBay ได้ทำการอำนวยความสะดวกให้กับผู้ซื้อและผู้ขายทุกท่านคือ การปรับระบบเรื่องการจัดเรียงตัวรายการสินค้า มีการเพิ่มความสำคัญกับ Item Specifics ให้มากกว่ารายละเอียดของ Description เมื่อเป็นเช่นนี้ถ้าต้องการให้คนซื้อค้นหาสินค้าที่วางขายไปได้ง่ายมากขึ้นกว่าเดิมควรมีการเติม Item Specifics ให้ละเอียดยิบมากที่สุด อย่าลืมว่ายิ่งเราใส่ Description มากเท่าไหร่มันมันหมายถึงการบ่งบอกว่าสินค้ามีตำหนิมากเท่านั้น

ยกตัวอย่างการตั้งชื่อง่ายๆ สมมุติว่าเราขายคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊คแล้วเราระบุแค่ Computer โดยไม่ใส่รายละเอียดอะไรเลยรับรองว่าคงหาเจอได้ยากแน่แต่ถ้าเราใส่ Computer Notebook แล้วบอกรุ่น ขนาดหน้าจอ สี ปีที่ผลิต ฯลฯ ให้ครบถ้วน เวลาคนซื้อเข้ามาค้นหาโอกาสที่เขาจะเจอสินค้าเรามีมากขึ้น เพราะถ้าหากเขาเจาะจงรุ่นมาแล้วตรงกับของเรามันก็ขึ้นแน่นอน

เปิดร้านบน eBay ได้อะไรกับเราบ้าง

การหาช่องทางการค้าขายใหม่ๆ กลายเป็นหนึ่งในหัวข้อสำคัญของวัยรุ่น จนถึงวัยทำงานสมัยนี้ เนื่องจากการค้าขายจะทำให้เกิดรายได้อีกช่องทางหนึ่งแบบไม่ต้องไปเฝ้าร้านตลอดเวลา เรียกได้ว่าทำงานหรือเรียนไปด้วย แล้วก็เปิดร้านให้ลูกค้าเข้าไปชมได้พร้อมกัน แหล่งสำคัญอย่างหนึ่งที่จะเข้าไปร้านขายของออนไลน์คงหนีไม่พ้น eBay แน่นอน ไปดูกันว่าหากเปิดร้านบน eBay มันได้อะไรกับเราบ้าง

Open-Shop-eBay

เจาะมองหาลูกค้ากลุ่มใหม่ๆ

ตลาดซื้อขายบน eBay นั้นมีคนเข้าไปซื้อขายกันมากกว่าหลายร้อยล้านคนทั่วโลก นั่นทำให้นี่เป็นโอกาสดีที่เราจะได้มองหาลูกค้ากลุ่มใหม่ให้ลองใช้สินค้าของเรา การเข้าถึงชุมชนขนาดใหญ่แบบนี้แล้วไม่ต้องเสียเงินสักบาทเดียวเป็นเรื่องยอดเยี่ยม ไม่แน่ว่าการเปิดร้านบน eBay อาจจะทำให้เราเจอลูกค้ากลุ่มใหม่จากอีกซีกโลกหนึ่งจนอาจจะต่อยอดทำให้เกิดรายได้ตามมาไม่รู้จบก็ได้

เทสต์สินค้าตัวใหม่

สินค้าบางอย่าง เวลาเราจะนำไปขายบนตลาดจริงอาจจะต้องคิดหนักและวิตกกันหน่อยเนื่องจากต้องลงทุนเยอะทีเดียว แต่หากเราใช้ eBay ให้เป็นเวทีกลางสำหรับเทสต์สินค้าใหม่ละ จะเป็นไปได้หรือไม่ คำตอบคือได้ และดีด้วย สินค้าใหม่บวกกับความคิดไอเดียใหม่ อาจจะทำให้เกิดการตอบรับที่ดีในกลุ่มลูกค้าบน eBay ก็ได้ หากทำแล้วออกมาดีขายได้ เราก็จะได้ต่อยอดมาขายต่อในตลาดอื่นต่อไป หรือหากไม่ดีเราอาจจะได้รับข้อเสนอแนะจากลูกค้าอันหลากหลายจนทำให้นำมาปรับปรุงพัฒนาก็ได้ (หากไปจ้างทีมงานวิจัย นี่เสียอีกหลายบาทนะ) อ้อหากเรานำสินค้าไปขายบน eBay เค้ามีระบบการตลาดช่วยโปรโมทสินค้าให้กับเราด้วย

ลงทุนเปิดร้าน ราคาย่อมเยา

การลงทุนเปิดร้านแต่ละครั้ง คิดว่าเราต้องใช้เงินเท่า เอาแค่ตู้กระจกตามห้างในพื้นที่ไม่กี่ตารางเมตรนี่ เดือนหนึ่งต้องมีอย่างน้อย หลักหมื่นไว้ใช้ หรือหากจะทำเป็นร้านนี่เดือนหนึ่งก็หมดหลายหมื่น ไหนจะค่าจ้างลูกจ้าง ค่าไฟ ค่าน้ำ และอีกสารพัดค่าจิปาถะ หากสายป่านไม่พอก็อาจจะหมดได้แบบไม่เหลือ แต่หากจะมาเปิดร้านใน eBay จะเสียเงินน้อยมาก เสียค่าใช้จ่ายสองส่วนคือ ค่าวางขายสินค้า และค่าธรรมเนียมการขาย รวมแล้วไม่เกิน 20% ของยอดขาย เปรียบแล้วน้อยมาก อีกทั้งเปิดร้านบน eBay เราสามารถเปิดร้านได้ตลอดเวลา 7 วันไม่มีวันหยุด ซึ่งถ้าเปิดร้านก็คงเปิดทุกวันตลอดเวลาอย่างนี้ไม่ได้แน่

กำไรสองต่อ

หากเราเปิดร้านธรรมดา ถ้าไม่ใช่พื้นที่นักท่องเที่ยวต่างชาติ ยังไงก็ต้องแลกเปลี่ยนเป็นเงินบาทไทยอยู่แล้ว แต่การเปิดร้านบน eBay เราจะแลกเปลี่ยนสินค้าด้วยสกุลเงินต่างประเทศ (เงินดอลลาร์) ทีนี้มันทำให้เราได้กำไรต่อที่สองด้วย กล่าวคือ เราได้รับเงินเป็นดอลลาร์ หากเรารอจังหวะให้ดีเราก็สามารถแลกเปลี่ยนเป็นเงินไทยตอนราคาขึ้นก็ได้ แม้ว่าจะขึ้นไม่กี่บาทแต่รวมๆ แล้วก็กำไรเยอะทีเดียว ข้อดีเหล่านี้แหละทำให้หลายคนหันไปเปิดร้านใน eBay

ถ่ายรูปเสื้อผ้ายังไงให้ได้สไตล์เกาหลี

เทรนด์เสื้อผ้าเกาหลีถือว่ามาแรงมากส่วนหนึ่งต้องบอกว่าวัฒนธรรมจากเพลง ซีรีย์ มีผลอย่างมากต่อสังคมไทยเรา นอกจากความสวยหล่อแล้ว เสื้อผ้า หน้าผมจัดว่าเป็นหนึ่งในเทรนด์ที่พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ด้านเสื้อผ้าต้องรีบตาม เสื้อผ้าที่เค้าใส่นี่แหละจะเป็นตัวกำหนดทิศทางแฟชั่นได้เลย ว่าแต่หากเราจะขายเสื้อผ้าแล้วอยากถ่ายรูปเสื้อผ้าให้ได้สไตล์เกาหลีจะต้องทำออกมาแบบไหน

Photographic-Clothing

ฉูดฉาด พาสเทล

เรื่องของสีสัน จัดว่าเทรนด์เกาหลีเค้านำมาตลอดเลย หากเราจะนำเสนอเสื้อผ้าเกาหลีแบบวัยรุ่นหน่อย แนะนำว่าควรจัดภาพถ่ายออกมาให้ฉูดฉาดสักหน่อย เน้นสีโทนพาสเทลเป็นหลัก ถือว่าโทนสีนี้กำลังมาเลย ยิ่งสีชมพูประมาณสีนมเย็นนี่ต้องจัดเลย ยิ่งจับมาเป็นฉากหลังตัดกับเสื้อผ้าดีเหลือเกิน ทำให้ชุดเด่นออกมาจากภาพเลยก็ว่าได้

เซลฟี่ ดีแน่นอน

แอ็คชั่นถ่ายภาพก็นับว่าสำคัญไม่แพ้กัน แอ็คชั่นที่ดีจะทำให้นำเสนอภาพและชุด เสื้อผ้า ได้อย่างเต็มตา แม้ว่าจะมีหลายแอ็คชั่นแนะนำ แต่เราขอแอ็คชั่นเดียวจบเลย นั่นคือ การถ่ายเซลฟี่หน้ากระจก แอ็คชั่นนี้แหละกำลังมาแรง อยากให้คูลขึ้นต้องถ่ายแบบเซลฟี่ไม่เห็นหน้าด้วยนะ(เอาโทรศัพท์บังไว้) รับรองว่าเด็ด แถมนางแบบก็ไม่ต้องอายด้วยลองไปเล่นกันดู หาพื้นหลังสวยๆ จากนั้นก็ถ่ายหน้ากระจกเลย

บัดดี้ ทรีโอ้ กรุ๊ฟฟี่

หากเซลฟี่แล้วภาพออกมายังไม่สดใสพอ งั้นก็เรียกเพื่อนมาเลยจ้า จะมาแบบบัดดี้สองคน ทริโอ้สามคน หรือจะกรุ๊ฟฟี่กลุ่มใหญ่ก็ได้จะ 5,7 หรือ 9 คนนี้กำลังดี แต่หากมากกว่านั้นไม่แนะนำเพราะมันจะทำให้ภาพลายตาจนมองหาจุดเด่นไม่เจอ แอ็คชั่นก็สำคัญนะ มาเป็นคู่ เป็นกลุ่มแบบนี้ท่าทางควรเป็นแบบสนุกสนาน เหมือนเพื่อนมาปาร์ตี้ หรือทำอะไรสนุกๆ ร่วมกันสิ่งนี้แหละสื่อถึงความเป็นเกาหลีได้มากทีเดียว

แอ็คชั่นธรรมชาติแบบไม่ธรรมชาติ

การนำเสนอเสื้อผ้าอีกแบบหนึ่งที่จะทำให้ภาพออกมา เกาหลี้ เกาหลี นั่นคือการนำเสนอภาพด้วยการแอ็คชั่นแบบเป็นธรรมชาติ อย่างเช่น การนอน การกินไอศกรีม การนั่งหลับ การนั่งเหม่อ และอีกสารพัดท่า การจัดท่าทางแบบนี้แม้ว่าจะเป็นธรรมชาติบนความไม่เป็นธรรมชาตินี่แหละ จะทำให้ภาพออกมาเกาหลีสมใจ แต่การจัดท่าอาจจะต้องยากหน่อย

หนุ่มต้องเน้นเนี๊ยบไว้ก่อน

มาดูหนุ่มๆ กันบ้าง หากเราจะนำเสนอเสื้อผ้าเกาหลีแบบหนุ่มๆ นั้น สิ่งสำคัญต้องจำไว้เลยคือ หนุ่มๆ นายแบบจะต้องเนี๊ยบ+สะอาดมาก ตั้งแต่หัวจรดเท้าต้องดูดีไว้ก่อน เนื่องจากหนุ่มเกาหลีไม่ว่าจะเป็นนักแสดง หรือ นักร้อง เค้าเน้นเรื่องนี้มาเป็นอันดับแรก

5 เคล็ดลับ สร้างความเชื่อมั่นให้ลูกค้า

การค้าขายออนไลน์นั้นบอกเลยว่าเดี๋ยวนี้ไม่ง่ายเลย เมื่อก่อนอาจจะขายแข่งกันที่ความแปลก ความไม่เหมือนใครของสินค้า หรือจะเป็นราคาถูกกว่าท้องตลาด แต่เดี๋ยวนี้เรื่องเหล่านี้ไม่แตกต่างกันแล้วสินค้าทุกอย่างทุกร้านสามารถหาซื้อมาได้เหมือนกันหมด นั่นทำให้แต่ละร้านจะต้องมาแข่งกันเรื่องความเชื่อมั่นของตัวเองต่อลูกค้า เราเลยมาขอแชร์เคล็ดลับที่จะทำให้ภาพลักษณ์ร้านของเรามีความเชื่อมั่นมากขึ้น

Online-Trading

รีวิวจากผู้ใช้จริง

การสร้างความเชื่อมั่นอย่างแรกให้ลูกค้าคนอื่นได้เห็นนั่นคือ การรีวิวจากผู้ใช้จริง เพราะนั่นหมายถึงการแสดงว่าสินค้าที่เราขายนั้นมีตัวตนจริง จ่ายเงินแล้วได้ของจริงไม่มีหลอกลวง หากมีการรีวิวคุณภาพสินค้าด้วยจะดีมากนั่น ทำให้ลูกค้าที่ยังลังเลสองจิตสองใจอยู่จะทำให้ตัดสินใจได้ดีขึ้น การรีวิวจากผู้ใช้จริงอาจจะเป็นการมาโพสต์บรรยาย การถ่ายภาพ หรือ อัดคลิปมาได้ยิ่งดี

การรับรองจากทางการ

การค้าขายออนไลน์เมื่อก่อนอาจจะเป็นเรื่องใหม่ทำให้ทางการตามไม่ทันเลยไม่มีการควบคุม หรือขึ้นทะเบียนเอาไว้ แต่เดี๋ยวนี้ทางภาครัฐได้มีการออกกฎหมายเพื่อปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ มีการขึ้นทะเบียน ออกใบรับรองอย่างชัดเจน ตรงนี้หากใครคิดจะขายของต้องไปขึ้นทะเบียนการค้าให้เรียบร้อย ใบรับรองเหล่านี้สร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้า ได้เป็นอย่างมากเนื่องจากจะทำให้เราเชื่อว่าร้านค้านี้มีตัวตนอยู่จริง สินค้ามีจริงไม่ใช่สินค้าผิดกฎหมาย

ตัวอย่างบิลส่งของ

หนึ่งกลยุทธ์สำคัญของพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ทำกันเยอะมากนั่นคือการแสดงบิลส่งของ บิลไปรษณีย์ หรือ บิลเคอร์รี่ เครื่องมือนี้นอกจากจะเป็นการแสดงให้กับลูกค้าปลายทางทราบด้วยว่า เลขที่พัสดุของตัวเองคือเลขอะไรจะได้ไปติดต่อหากสินค้าไม่ไปถึงตามกำหนด ยังเป็นการแสดงให้เห็นความเชื่อมั่นให้ลูกค้าคนอื่นเห็นด้วยว่า ร้านค้าของเรามีการซื้อขายสินค้าอย่างต่อเนื่อง ดูน่าเชื่อถือขึ้นเยอะ

การสร้างพันธมิตร

ร้านค้าเล็กๆ บนโลกออนไลน์จะทำยังไงให้อยู่รอดสู้กับรายใหญ่ได้ คำตอบแบบไม่ยากนั่นคือ เราต้องมีการจับมือสร้างกลุ่มหรือพันธมิตรสินค้า หรือ พันธมิตรอย่างอื่นด้วย ซึ่งการสร้างพันธมิตรนี้จะทำให้ลูกค้าเห็นว่า ร้านค้าของเรานั้นมีการพัฒนาตัวเองอีกอย่างการสร้างเครือข่ายแบบนี้ จะทำให้การสร้างโปรโมชั่นทำได้ดีขึ้นด้วย เช่น หากขายเสื้อผ้า อาจจะไปทำพันธมิตรกับร้านหมวก เพื่อจัดเซตเสื้อผ้าโปรโมชั่นพิเศษก็ได้

การโปรโมตผ่านสื่อ

ร้านค้าออนไลน์เดี๋ยวนี้ จะรอคอยโปรโมตในโลกออนไลน์อย่างเดียวคงจะไม่ได้แล้ว การลงทุนบางส่วนเพื่อโปรโมตผ่านสื่อด้วยจะดีมาก อาจจะไปขอโปรโมตบนเว็บอื่น หรือ โปรโมตบนเฟสก็ได้ การได้โปรโมตด้วยวิธีเหล่านี้จะทำให้ภาพลักษณ์ของร้านค้าน่าเชื่อถือยิ่งขึ้น นอกจากนั้นอาจจะได้ลูกค้าเพิ่มจากแรงโปรโมตด้วย ลองไปทำกันดูเคล็ดลับเหล่านี้

ขายออนไลน์ยังไงให้มีลูกค้าประจำ

การขายของออนไลน์นอกจากขายดีแล้ว พ่อค้าแม่ค้าหลายคนอาจจะต้องการขายให้มีลูกค้าประจำมากกว่า การมีลูกค้าประจำมีข้อดีหลายอย่าง เอาแค่ว่าลูกค้าประจำจะกลายเป็นกระบอกเสียง ให้เกิดการบอกต่อปากต่อปากว่าร้านเราดีจนทำให้เกิดลูกค้าใหม่เข้ามาเรื่อยๆ ก็ทำให้เรากำไรไม่รู้จบแล้ว ว่าแต่เราขายของออนไลน์ยังไงให้มีลูกค้าประจำได้เยอะ

Selling-Online

สะสมฐานลูกค้า

อยากมีลูกค้าประจำทำอย่างไร สิ่งแรกที่หลายคนมองข้ามไปนั่นคือการสะสมฐานลูกค้า อันนี้ถือว่าสำคัญเลยเราต้องเก็บข้อมูลลูกค้าให้ได้เยอะ โดยเฉพาะช่องทางติดต่อไม่ว่าจะเป็น ไลน์, อีเมล์, เฟส เป็นต้น ที่อยู่เหล่านี้จะทำให้เราสร้างลูกค้าประจำได้ด้วยการใช้เทคนิคต่อไปด้านล่าง ทริคมีอยู่ว่าเราควรให้มีการสมัครสมาชิกในร้านค้าออนไลน์ หรืออาจจะมีการสมัครเพื่อแลกอะไรบางอย่างก็จะช่วยได้

นำเสนอสินค้าตลอด

เมื่อเราได้ช่องทางการติดต่อระหว่างเรากับลูกค้าแล้ว เราจะได้เชื่อมต่อกับลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว เมื่อเชื่อมกันแล้วสิ่งที่ต้องทำต่อไปนั่นคือ จะต้องมีการนำเสนอสินค้าใหม่ๆ อยู่ตลอด หากคุณขายเสื้อผ้า แฟชั่นใหม่ต้องเข้าถึงมือลูกค้าตลอดอย่างน้อยก็ต้อง สัปดาห์ละหนึ่งครั้ง แม้ว่าลูกค้าจะไม่ซื้อแต่เพียงแค่ดูก็อาจจะทำให้เกิดโอกาสการขายได้แล้ว อย่าลืมว่าการส่งแคตตาล็อคให้กับลูกค้าดู เดี๋ยวนี้แทบไม่ต้องเสียเงินแล้ว กดไม่กี่คลิกก็เสร็จ

คอนเทนต์อย่าได้ขาด

หากยังไม่มีสินค้าใหม่ๆ เข้ามา อีกหนึ่งกลยุทธ์ต้องมีตลอดนั่นคือ คอนเทนต์ ต้องมีเสิร์ฟให้กับลูกค้าตลอด เรื่องราวที่เกี่ยวหรือไม่เกี่ยวกับสินค้าของเราก็ได้ จะเป็นคลิป บทความ เนื้อหา หรืออะไรก็ได้ ต้องมีให้เห็นไม่แน่ว่าคอนเทนต์เหล่านี้จะช่วยให้เราขายของได้เพิ่มอีกก็เป็นได้ ยกตัวอย่างเช่น บทความเกี่ยวกับสีนำโชคประจำเดือน อาจจะทำให้เราขายแหวนสีนำโชคก็ได้ เป็นต้น

โปรโมชั่นต้องมี

แรงดึงดูดสำคัญที่จะทำให้ลูกค้าขาจร กลายเป็นลูกค้าประจำได้นั้นคือ การใช้โปรโมชั่นอย่างต่อเนื่อง ยิ่งลูกค้าเก่าได้โปรโมชั่น ทั้งลดแลก แจกแถม จะช่วยให้ลูกค้ารู้สึกว่า ซื้อสินค้ากับเรานั้นคุ้มค่ากว่าร้านอื่น ทีนี้ก็ไม่อยากจะไปซื้อร้านอื่นแล้ว สุดท้ายจากลูกค้าขาจรกลายเป็นลูกค้าประจำในที่สุด

ความประทับใจต้องเกิด

แม้จะมีเครื่องมือต่างๆ มากมาย สิ่งสำคัญสุดที่จะทำให้ลูกค้าขาจรกลายเป็นลูกค้าขาประจำนั่นคือ เราต้องสร้างความประทับใจในการใช้บริการกับเราให้ได้ ตั้งแต่การเลือกซื้อสินค้า(ต้องมีสี ลาย ที่ตรงกับความต้องการ) จ่ายเงินได้ง่ายรวดเร็ว และจัดสิ่งสินค้าได้อย่างถูกต้อง หากมีปัญหาก็แก้ไขได้อย่างทันท่วงที หากทำให้เกิดความประทับใจแล้ว คงไม่มีใครอยากเปลี่ยนร้านไปเสี่ยงดวงร้านอื่นอย่างแน่นอน

eBay แหล่งขายของใหญ่สุดในโลก

แม้ว่าเราจะคุ้นเคยกับตลาดนัดออนไลน์มาบ้างแล้ว แต่ส่วนใหญ่มักจะเป็นตลาดซื้อขายในประเทศอย่างเช่น ขายดี Kaidee เป็นต้น แต่หากถามว่าตลาดนัดออนไลน์ หรือ แหล่งซื้อขายแลกเปลี่ยนสินค้าที่ใหญ่สุดและได้รับความนิยมมากสุดในโลกคือแห่งไหน คำตอบคือ eBay แหล่งขายของใหญ่สุดในโลก มาทำความรู้จักกัน

eBay-photo

eBay คืออะไร

eBay หากจะให้นิยามมันคือตลาดนัดออนไลน์ที่ใหญ่สุดในโลก มีสินค้ามากกว่า 400 ล้านชิ้น(ในอนาคตอาจจะก้าวไปถึง 1,000 ล้านชิ้นได้เลย) มีผู้เข้าไปประมูล ซื้อ ขาย สินค้าในเว็บมากถึง 200 กว่าล้านคน มีคนเข้าไปซื้อจากทั่วทุกมุมโลก ลองนึกภาพว่า เราเอางานหัตถกรรมบ้านเราไปวางแล้วจะมีคนทั่วโลกเข้ามาดูแค่นี้ก็ยิ่งใหญ่มากแล้ว

จุดเด่นของ eBay

อะไรทำให้ eBay กลายมาเป็นตลาดนัดออนไลน์ที่ใหญ่สุดในโลก เค้ามีอะไรดี มีอะไรเป็นจุดเด่น อย่างแรกคือระบบการให้คะแนน วิธีนี้คือการให้คะแนนเมื่อผู้ซื้อ ซื้อสินค้าจากผู้ขาย เมื่อทำธุรกรรมกันแล้วผู้ซื้อจะให้คะแนนผู้ขายว่าเป็นอย่างไร คะแนนสะสมเหล่านี้หากมีมากขึ้นจะทำให้ผู้ขายน่าเชื่อถือมากขึ้นไปเรื่อยๆ ด้วย ยิ่งน่าเชื่อถือก็จะทำให้การซื้อขายครั้งต่อไปทำได้ง่ายมากขึ้น

อีกหนึ่งจุดเด่นคือระบบการชำระเงิน eBay ได้จับมือกับพันธมิตรด้านการเงินชื่อว่า Paypal ขึ้นมา นั่นทำให้การชำระเงินสามารถทำได้ง่ายมากขึ้น แม้ว่าคนจ่ายเงินจะอยู่คนละซีกโลกก็ตาม Paypal  เป็นสื่อกลางให้เราได้หมด รอถอนจากธนาคารบ้านเราได้เลย

ทำกำไรจาก eBay ได้แบบไหนบ้าง

การเข้าไปเล่นในตลาดซื้อขายออนไลน์ eBay นั้นจะสามารถแบ่งวิธีทำกำไรได้ 3 วิธีคือ หนึ่งทำกำไรด้วยการเป็นผู้ขาย เราสามารถนำสินค้าของไทย ขึ้นไปขายยังตลาดโลกได้โดยเฉพาะอย่างยิ่งสินค้าหัตถกรรม งานฝีมือ ของเหล่านี้ต่างชาติชอบ สองการทำกำไรด้วยการเป็นซื้อ วิธีการก็ไม่ยากซื้อของใน eBay ที่ราคาถูกกว่าไทยจากนั้นก็นำมาขายต่อในตลาดออนไลน์บ้านเรา หรือจะเอาไปขายออฟไลน์ก็ได้ หรือสามกำไรในตำแหน่งพ่อค้าคนกลาง วิธีนี้คล้ายกับการจับเสือมือเปล่าด้วยการเอาสินค้ามาจากนั้นก็รอขายต่อไปเลย วิธีการนี้อาจจะต้องใช้เวลาและประสบการณ์พอสมควรเนื่องจากความน่าเชื่อถือต้องเยอะ

การเข้าไปซื้อ ขาย หรือ ประมูลสินค้าใน eBay นั้นแม้ว่าจะไม่ใช่เรื่องใหม่ในบ้านเรา แต่ก็ถือว่ายังเป็นอีกหนึ่งช่องทางสำหรับคนต้องการค้าขายอะไรสักอย่าง ไปในตลาดโลกไม่ว่าจะเป็นการซื้อขายด้วยตนเอง ธุรกิจขนาดย่อม หรือ โรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ วิธีการสมัครก็ไม่ยากลองเริ่มต้นดูสิ