Category Archives: Knowledge

ถ่ายภาพสินค้าให้สวยเค้าทำกันอย่างไร

หนึ่งในปัญหาสำคัญของพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์นั่นก็คือ เราจะทำอย่างให้ได้ภาพสินค้าสวยๆ อย่างเค้าบ้าง เพราะว่าภาพสินค้าเป็นเครื่องมือสำคัญในการสื่อสารจากสินค้าถึงลูกค้า อีกทั้งภาพยังเป็นส่วนประกอบการตัดสินใจของลูกค้าด้วย ว่าแต่อยากถ่ายภาพสินค้าให้สวยเค้าทำกันอย่างไรอยากรู้ไหม ตามมาเลย

ใช้กล่องถ่ายภาพสินค้า

สาเหตุที่ทำให้ภาพถ่ายสินค้าของพ่อค้าหลายคนสวยมาก มันเกิดจากการใช้ตัวช่วยบางอย่างนั่นคือ อุปกรณ์สำคัญอย่างกล่องถ่ายภาพ มันจะเป็นกล่องขนาดเล็กด้านในติดตั้งไฟไว้ด้วย พื้นหลังสีขาว พอเรานำสินค้าไปวางกลางกล่องแล้วถ่ายภาพ ทีนี้ก็แทบจะไม่ต้องแต่งเลยเนื่องจากภาพที่ได้นั้นจะสวยอยู่แล้ว กล่องนี้เหมือนสตูดิโอขนาดย่อมหากอยากได้ภาพถ่ายสวยๆ ต้องมี

พื้นหลัง และพื้นรองเป็นสิ่งสำคัญ

หากเราไม่มีกล่อง หรือสินค้ามันใหญ่เกินกว่าจะเอาไว้ในกล่องได้ ก็ต้องมาถ่ายด้านนอก ทีนี้การถ่ายภาพด้านนอกสิ่งสำคัญนั่นคือพื้นหลังสำคัญมาก เนื่องจากภาพพื้นหลัง หรือ พื้นรองสินค้า สองอย่างนี้จะขับสินค้าให้สวยงามมากขึ้น หากไม่รู้จะเอาแบบไหน แนะนำว่าควรเอาพื้นรองเป็นหญ้าเทียมสีเขียว หรือ จะเป็นพรมขนสัตว์สีขาวก็ช่วยได้ดีเหมือนกัน

Product-Photo

แอพพลิเคชั่น ต้องใช้

การตกแต่งภาพเป็นเรื่องธรรมดาไปเสียแล้วหากต้องการภาพสินค้าให้สวยงาม นอกจากการถ่ายภาพให้สวยแล้วเราอาจจะต้องใช้แอพพลิเคชั่นเข้ามาช่วยด้วย ไม่ว่าจะเป็นปรับแสง ปรับสี เดี๋ยวนี้แอพพลิเคชั่นทำได้หมด หรือจะใช้แอพพลิเคชั่นที่ใส่ภาพการ์ตูน เพิ่มกรอบ เพิ่มอิโมจิ หรือ ใส่แคปชั่น ลงไปก็จะทำให้ได้ภาพที่น่าสนใจได้เหมือนกัน

เปลี่ยนมุมมองภาพใหม่

การถ่ายภาพสินค้านอกจากภาพหน้าตรงของสินค้าแล้ว อีกวิธีหนึ่งน่าสนใจคือเพิ่มมุมมองใหม่ต่อสินค้านั้นลงไป อย่างเช่นรองเท้า หากเดิมทีเราถ่ายแต่ด้านหลังเท้า รองเปลี่ยนเป็นถ่ายภาพพื้นรองเท้า ส้นรองเท้า ปลายรองเท้า หรือ ลิ้นรองเท้าบ้าง จะทำให้ลูกค้าเกิดความน่าสนใจในภาพถ่ายจนนำไปสู่การซื้อสินค้ารองเท้าของเราก็ได้ ลองมองสินค้าของเราแล้วเปลี่ยนมุมมองต่อสินค้าเราใหม่ เชื่อว่าจะได้ไอเดียสร้างสรรค์อีกเยอะ

ถ่ายภาพการใช้งาน

ปกติเรามักจะเห็นการถ่ายภาพสินค้านั้นแบบโดดอยู่กลางฉาก หากเราอยากเปลี่ยนอะไรที่ฉีกกฎไปกว่าเดิม ลองเปลี่ยนเป็นภาพถ่ายการใช้สินค้านั้นดู ยกตัวอย่างเช่น แหวน หากถ่ายอย่างเดียวก็สวยอยู่แล้ว แต่หากเราถ่ายแหวนตอนมันอยู่บนนิ้วเรียวๆ สวยๆ อาจจะทำให้คนซื้อเกิดความต้องการได้มากขึ้นก็เป็นได้ อีกทั้งภาพแบบนี้ยังบ่งบอกถึงการใช้งานสินค้าแบบไม่ต้องอธิบายเยอะด้วย ลองนำวิธีการเหล่านี้ไปใช้ดูรับรองว่าเราจะได้ภาพสินค้าสวยๆ เพิ่มขึ้นอีกเพียบ

วิเคราะห์ตลาดสู่ยอดขายที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องบน eBay

ในยุคนี้โลกออนไลน์กลายเป็นแหล่งรวมของทุกสิ่งไปแล้ว แม้แต่เรื่องการซื้อขายสินค้าที่เมื่อก่อนเราอาจคิดว่าควรเห็นสินค้าก่อน แล้วค่อยตัดสินใจซื้อกลายเป็นว่าแค่เห็นจากภาพก็เพียงพอ ซึ่งในเว็บกลางสำหรับการซื้อขายที่คนทั่วโลกรู้จักกันดีนั่นคือ eBay หลายคนสงสัยว่าแล้วเว็บอย่าง eBay ทำไมจึงมีการสร้างยอดขายได้ถล่มทลายน่าสนใจขนาดนี้ลองมาดูการตลาดของพวกเขากัน

EBAY-shop

บทวิเคราะห์ทางการตลาดของยอดขายที่โตแบบต่อเนื่องบน eBay

  1. หาข้อมูลด้านราคาเพื่อตั้งให้เหมาะสม – เรื่องราคาคือสิ่งแรกๆ ที่คนซื้อมักเลือกดูดังนั้นเมื่อต้องการขายสินค้าจำเป็นต้องเช็คข้อมูลด้านราคาก่อนว่าในท้องตลาด หรือบนเว็บเองเจ้าอื่นเขาขายกันในราคาเท่าไหร่แล้วมีการตั้งราคาขายให้เหมาะสม คำว่าเหมาะสมในที่นี้แน่นอนว่าถ้าตั้งแพงกว่าคนไม่ซื้อชัวร์ แต่ถ้าตั้งถูกเกินไปโดยคิดว่าตัดราคานั่นไม่ใช่เรื่องดีเพราะนอกจากคนขายอื่นๆ จะไม่ชอบแล้วยังมีลูกค้าบางรายอาจมองว่าสินค้าไม่ได้คุณภาพด้วย
  2. มองหาแหล่งนำเข้าสินค้าใหม่ๆ ที่ต้นทุนถูก คุณภาพสินค้าดี – จุดเด่นที่ทำให้หลายคนโตอย่างต่อเนื่องบน eBay เพราะพวกเขาลงขายสินค้าใหม่ บางคนก็เพิ่มไลน์สินค้าที่ขายให้เยอะมากขึ้นเรื่อยๆ พื้นฐานการขายสินค้าใหม่คือเอามาแต่น้อยเพื่อลองตลาดหากมันได้ค่อยลงทุนเยอะขึ้นด้วย แหล่งนำเข้าที่ราคาถูกแต่คุณภาพเหมือนเดิม
  3. เรียนรู้กลยุทธ์จากคู่แข่งพร้อมวางแผนกลยุทธ์ของตนเอง – หลายคนอาจบอกว่ายากแต่จริงแล้วง่ายมาก เพียงแค่เราพยายามดูคู่แข่งว่าตอนนี้เขาใช้กลยุทธ์อะไรในการเรียกหาลูกค้า เช่น ลดราคา, แจกของแถม ฯลฯ เราก็ลองวิเคราะห์ดูว่าเราควรจะเลือกใช้กลยุทธ์ไหนเพื่อให้เหนือกว่า และลูกค้าดูสนใจสินค้าของคุณมากกว่าคู่แข่ง แต่กลยุทธ์เหล่านี้ต้องตั้งบนพื้นฐานความถูกต้อง ไม่โกง
  4. รับฟังความเห็นผู้อื่นเสมอ – คนที่ขายของบน eBay มันจะมีเครื่องมือวัดผลการขายเรียกว่า Listening ที่จะบอกว่าได้ของคุณนั้นอยู่จุดไหนของตลาด เทียบกับคู่แข่งเป็นอย่างไร เห็นสินค้ากี่ครั้ง ราคายอดฮิตในการตั้ง ฯลฯ เมื่อมีข้อมูลฟีดแบ็คกลับมาแบบไหนต้องรับฟังพร้อมปรับปรุงให้ดีขึ้น
  5. วิเคราะห์ความสามารถของธุรกิจเสมอ – เป็นการลดช่องว่างพร้อมกับลดจุดอ่อนให้กับธุรกิจ ยิ่งมีการวิเคราะห์บ่อยเท่าไหร่ยิ่งทำให้ข้อผิดพลาดเล็กๆ น้อยๆ หายไปอย่างน้อยเราเห็นเองยังดีกว่าคนอื่นเห็นแล้วไปหาวิธีเอาชนะเรา

ด้วยความเติบโตอย่างต่อเนื่องของ eBay ส่วนหนึ่งต้องยอมรับว่าพวกเขามีเทคนิคทางการตลาดอันยอดเยี่ยม เป็นเรื่องดีที่คนขายและคนซื้อต่างก็ได้รับไป

ทำไมต้องใช้โปรโมชั่น มัดใจลูกค้า

ตอนนี้ต้องบอกเลยว่าสมรภูมิทางการค้าออนไลน์นี้ดุเดือดเอามากๆ พ่อค้าแม่ค้าเอาแค่รายย่อยด้วยกันเองก็ต้องแข่งกันอย่างหนักหน่วงแล้ว ยังไม่พอตอนนี้รายใหญ่ทั้งค้าปลีก ค้าส่งต่างลงมาเล่นเพื่อชิงส่วนแบ่งตลาดกันหมด นั่นทำให้แม่ค้าจะต้องงัดกลยุทธ์ออกมาเพื่อดึงฐานลูกค้าเอาไว้ กลยุทธ์พื้นฐานสำคัญประการหนึ่งนั่นคือการใช้โปรโมชั่นเพื่อมัดใจลูกค้า ถามว่าทำไปเพื่ออะไร และทำทำไม เรามีคำตอบมาบอกเล่ากัน

Promotion

โปรโมชั่นสร้างแรงกระตุ้นได้มากกว่า

อย่างแรกเลย รู้หรือไม่ว่าทำไมห้างค้าปลีก ห้างค้าส่ง ระดับประเทศของเราเกือบทุกแบรนด์เลยจะต้องมีโปรโมชั่นให้กับลูกค้าโดยตลอด คำตอบก็คือ การปล่อยโปรโมชั่นออกมาจะสร้างแรงกระตุ้นให้กับลูกค้าได้มากกว่า แม้การลดราคาหรือของแถมจะไม่ได้มีราคาอะไรมากนัก แต่พอปล่อยโปรโมชั่นออกมาแล้วจะกระตุ้นยอดขาย แรงซื้อจากลูกค้าได้มากกว่าปล่อยช่วงเวลาดังกล่าวไปเฉยๆ

โปรโมชั่นทำให้ลูกค้าไม่ลืมเรา

พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ไม่ว่าจะขายอะไรก็ตามต่างก็มีคู่แข่งเยอะมาก ยิ่งพวกเสื้อผ้านี้ เอาแค่เพจก็เป็นหลักหลายสิบเลยทีเดียว ทีนี้ทำอย่างไรจะไม่ให้ลูกค้าลืมเรา จดจำเราได้ คำตอบก็คือ โปรโมชั่น นั่นเอง การปล่อยโปรโมชั่นจะทำให้ลูกค้านึกถึงเราได้ตลอดว่า เพจนี้ของเรายังมีขายของ ยังมีการปล่อยของลดราคา ส่วนจะซื้อหรือไม่ซื้อนั่นอีกเรื่องเอาแค่ลูกค้าไม่ลืมเราแล้วไม่ไปหาร้านอื่น ก็ถือว่าทำได้บรรลุเป้าหมาย

 

โปรโมชั่น เคลียร์ของในสต็อก

การขายของออนไลน์บางครั้งการสั่งของมาขายก็ไม่เป็นไปตามที่ใจเราต้องการ ของเหลือค้างสต็อกเป็นที่เจอประจำแม้ว่าจะไม่อยากเจอก็ตาม ทำอย่างไรจะเคลียร์ของออกไปได้ คำตอบก็คือ ต้องใช้โปรโมชั่นเพื่อเคลียร์ของออกไป อาจจะเป็นการลดแลก แจกแถม ไลฟ์สด หรืออะไรก็ว่ากันไป แม้ว่าจะไม่ได้กำไรมากนักในการเคลียร์ของออกไปแต่อย่างน้อยก็ไม่เหลือของค้างไว้จนขาดทุนไปได้

อีกมุมหนึ่งของโปรโมชั่นนั่นคือการเคลียร์สินค้าใหม่ด้วย สินค้าใหม่บางอย่างก็ไม่ได้รับการต้อนรับจากลูกค้ามากนัก หากมีการตั้งโปรโมชั่นพ่วงลงไป ลูกค้าก็อาจจะกล้าลองสินค้าใหม่ของเราได้ ส่วนจะซื้อต่อหรือเมินหน้าหนีก็คงต้องเป็นหน้าที่ของสินค้าให้มันขายตัวมันเองแล้ว

โปรโมชั่นสร้างฐานลูกค้าใหม่

ไม่เพียงแต่ลูกค้าเก่าเท่านั้นที่จะได้ประโยชน์จากโปรโมชั่น ลูกค้าใหม่เองก็เป็นกลุ่มเป้าหมายของโปรโมชั่นเช่นกัน บางครั้งโปรโมชั่นอาจจะทำให้ลูกค้าหน้าใหม่ก้าวเข้ามาสู่ร้านของเราด้วย ยิ่งหากมีโปรโมชั่นต่อเนื่องสำหรับลูกค้าใหม่โดยเฉพาะนะ มันจะเป็นการต่อยอดสร้างฐานลูกค้าใหม่ให้กับเราแบบไม่น่าเชื่อเลย เห็นไหมว่าโปรโมชั่นสำคัญมากแค่ไหนว่าแล้วร้านไหนยังไม่มีโปรโมชั่นประจำเดือนนี้ รีบเลย เดี๋ยวไม่ทัน

ออกแบบเว็บ E-Commerce ยังไงให้โดนใจลูกค้า

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าตอนนี้ใครจะทำธุรกิจอะไร ไม่ว่าจะเป็นค้าขาย หรือ องค์กรนอกจากที่ตั้งหรือหน้าร้านแล้ว เว็บไซต์เพื่อการค้ารองรับระบบ E-Commerce ต้องมีเหมือนกันการสร้างนั้นไม่ยาก แต่การออกแบบ E-Commerce ยังไงให้โดนใจลูกค้านั้นเป็นเรื่องยากทีเดียว ว่าแต่จะทำอย่างไรดี

ง่ายไว้ก่อน

สิ่งแรกของการออกแบบเว็บ E-Commerce เราต้องคำนึงถึงเรื่องของความง่ายเอาไว้ก่อน เว็บ E-Commerce จะต้องเข้าใจง่าย เล่นง่าย ทำความเข้าใจง่าย คำพูดอาจะไม่ต้องเยอะอาจจะใช้สัญลักษณ์แทนจะดีกว่า หากเล่นง่าย เข้าใจง่าย ก็จะทำให้คนติดใจได้ง่าย ลองสังเกตตามเว็บลงขายฟรีดู เราแทบไม่ต้องอ่านอะไรก็สามารถเล่นเว็บนั้นได้ตั้งแต่ 5 นาทีแรกเลย

คาแรกเตอร์ชัดเจน

การสร้างความแตกต่างเป็นสิ่งจำเป็นและสำคัญมากในการทำ เว็บ E-Commerce เนื่องจากตอนนี้มีเว็บไซต์มากมาย หากเราอยากจะทำให้ผู้ซื้อจำเราได้ เราต้องแสดงคาแรกเตอร์ให้ชัดเจนว่า เว็บ E-Commerce ของเรานั้นคืออะไร จะขาย ขายอะไรเป็นหลัก จะซื้อ ซื้ออะไร จะประมูล หรือจะทำอะไรก็ว่าไป ความชัดเจนแบบนี้จะทำให้ผู้ซื้อเข้าใจเองว่าเราเป็นใครคัดกรองผู้จะซื้อสินค้าเราได้ส่วนหนึ่ง ตรงนี้เราต้องแสดงข้อมูลตัวเราให้ชัดเจนด้วยจะสร้างความน่าเชื่อถือให้กับเว็บได้ดี

e-commerce-pic

เรียบง่าย ดีกว่า

มาด้านการตกแต่งกันบ้า การแต่ง เว็บ E-Commerce อาจจะมีรูปแบบหลากหลายแต่เราอยากจะนำเสนอว่าควรเน้นหลักยึดว่า เรียบง่ายจะดีกว่า ไม่ควรใส่ลูกเล่นที่ดูหวือหวา ฟรุ้งฟริ้ง ฉูดฉาดเกินไป อาจจะมองว่ามันเก๋ไก๋ดี แต่เอาเข้าจริงอาจจะทำให้ดูรกและรำคาญได้เหมือนกัน การออกแบบให้เรียบง่ายทำให้คนเข้าเว็บได้มากกว่า ลองดู facebook สิไม่เห็นหวือหวาอะไรเลย หน้าฟีดเรียบแต่คนใช้ทั่วโลก ตรงนี้แนะนำว่าควรเลือกธีมหรือเทมเพลตของเว็บที่เน้นสีอ่อนไว้ก่อน เพื่อให้มองเห็นได้ง่ายส่วนหนึ่งและจะทำให้เนื้อหาในเว็บเด่นออกมาอีกส่วนหนึ่งด้วย

ภาพประกอบต้องมี

วัตถุดิบสำคัญในการตกแต่งเว็บ E-Commerce นั่นเป็นเรื่องของ ภาพถ่าย ภาพประกอบ เป็นสิ่งต้องมีภาพนั้นนอกจากจะเป็นสิ่งดึงดูดคนท่องเว็บแล้ว มันยังเป็นเครื่องมือในการแสดงตัวเว็บนั้นออกมาด้วย หากเราทำเว็บ E-Commerce เกี่ยวกับขายเสื้อผ้า แต่ไม่มีตัวอย่างภาพเกี่ยวกับเสื้อผ้าเลยมันก็ดูไม่เข้ากันนะ แถมดูไม่น่าเชื่อถือด้วย ควรหาภาพประกอบมาใช้ด้วยเป็นไปได้จะช่วยให้เว็บมีสีสันมากขึ้น

สอดคล้องกับทุกเครื่องมือ

การออกแบบเว็บ E-Commerce เดี๋ยวนี้อีกเรื่องมองข้ามกันไม่ได้เลยนั่นคือ เราจะต้องออกแบบให้สอดคล้องกับเครื่องมือทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็น สมาร์ทโฟน แท็บเล็ต pc โน๊ตบุ๊ค และอีกมากมาย เพื่อให้การเข้าเว็บ E-Commerce ของเราจากทุกเครื่องมือได้รับการประมวลผลเท่ากันนั่นเอง ใครจะทำเว็บ E-Commerce ก็อย่าลืมเรื่องเหล่านี้ล่ะ

E-commerce หมายถึงอะไรได้บ้าง

ปัจจุบันนี้ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า E-commerce เข้ามามีบทบาทสำคัญอย่างมากต่อธุรกิจในบ้านเรา ที่เป็นแบบนี้มาจากสาเหตุสำคัญสองประการ อย่างแรกเทคโนโลยีก้าวหน้ามากขึ้น และเข้าถึงได้มากขึ้น เมื่อทุกคนสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีและเชื่อมโยงถึงกันได้มากขึ้น จึงทำให้การทำธุรกิจก้าวเข้าสู่ความเป็นดิจิทัลมากขึ้น สองพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไปให้ความสนใจการซื้อขายผ่านระบบ E-commerce มากขึ้นทำให้ตลาด E-commerce เติบโตขึ้นมาเรื่อย ว่าแต่ว่า E-commerce ตอนนี้มันหมายถึงอะไรได้บ้าง

E-commerce-pic

E-commerce = การซื้อขาย

ความหมายของ E-commerce ในมิติแรก เราต้องย้อนไปถึงดั้งเดิมของมันเลยคำนี้หากแปลเป็นไทยจะได้ว่า พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ คำนี้หากจะให้นึกถึงความหมายแรกจะนึกถึงการซื้อขายผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์เลย ไม่ว่าจะเลือกสินค้า สั่งสินค้า ต่อรองราคา สอบถามเกี่ยวกับสินค้า ตรวจสอบการรับสินค้า และจ่ายเงิน จะผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์หมดแล้ว

E-commerce = ทำการตลาด

คำนี้ นอกจากการซื้อขายแล้ว เอาเข้าจริงมันมีความหมายลึกซึ้งกว่านั้น เช่นความหมายของการทำการตลาด จะเห็นว่า E-commerce มีการแข่งขันกันสูงมาก นั่นทำให้แต่ละยี่ห้อต่างต้องงัดกลยุทธ์ด้านการตลาดออกมาเพื่อให้ยี่ห้อ หรือ แบรนด์ของตัวเองติดตลาดมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการทำโฆษณา การทำโปรโมชั่น การส่งเสริมการขาย ฯลฯ สิ่งเหล่านี้ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของการตลาดด้วย

E-commerce = หน้าร้านออนไลน์

การค้าขายเดี๋ยวนี้จะหวังเพิ่งทางใดทางหนึ่งคงจะไม่พอเสียแล้ว เมื่อก่อนการมีหน้าร้านดี อยู่ในทำเลที่ดีก็ถือว่าเยี่ยมแล้ว แต่เดี๋ยวนี้ การมีหน้าร้านดีอย่างเดียวไม่พอ ต้องมีหน้าร้านออนไลน์ให้ดีด้วย ถึงจะส่งเสริมกัน ทำให้ E-commerce มีบทบาทสำคัญเป็นหน้าร้านออนไลน์ด้วยเหมือนกัน นอกจากจะเป็นช่องทางการขายอีกรูปแบบหนึ่ง มันยังเป็นการประชาสัมพันธ์หน้าร้านจริง(ออฟไลน์)ได้อีกทางหนึ่งด้วย ไม่เชื่อลองดูสิช่วงเวลาประมาณสองทุ่มถึงสี่ทุ่มนี้เป็นเวลาของเหล่าพ่อค้าแม่ค้าไลฟ์สดกันเพียบเลย

E-commerce = แก้ไขปัญหา

สินค้าแต่ละอย่างบางครั้งขายไปแล้วก็ทำให้เกิดปัญหาได้เหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็นของขาด ชำรุด เสีย ใช้ผิดวิธี หรืออีกมากมาย การจะมารอส่งเรื่องมายังบริษัทแล้วแก้ให้ลูกค้าถือว่าช้าเกินไปแล้ว ทำให้ E-commerce เข้ามามีบทบาทตรงนี้เหมือนกัน การตอบปัญหาให้กับลูกค้าผ่านช่องทางต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นอีเมล์ ไลน์ แชทเฟสบุ๊ค หรือวิธีไหนก็ตามต่างจะช่วยแก้ปัญหาให้กับลูกค้าได้เร็วขึ้น

นอกจาก 4 อย่างนี้แล้ว E-commerce ยังอาจจะหมายถึงสิ่งอื่นได้อีกหากมีการพัฒนาเทคโนโลยีให้มากขึ้นไปเรื่อยๆ ต้องมาดูกันว่า E-commerce จะเข้ามามีบทบาทได้มากน้อยแค่ไหนในการซื้อขายทำธุรกรรมระหว่างกันในอนาคต

อยากขายของใน eBay ต้องรู้เรื่องอะไรบ้าง

หนึ่งพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปของคนในสมัยนี้นั่นคือการเลือกที่จะนำของที่ไม่ใช้แล้ว ไปขายต่อ แทนที่จะทิ้งหรือยกให้กับคนอื่นไปเลย ส่วนหนึ่งเป็นเพราะว่าช่องทางการขายสินค้ามือสอง หรือ ของใช้แล้วมีมากขึ้น เยอะขึ้น แถมยังมีคนดูสินค้านี้มากจากทั่วโลกด้วย ใช่แล้วเรากำลังพูดถึงตลาดซื้อขายขนาดใหญ่ชื่อว่า eBay หากเราเป็นคนหนึ่งที่อยากจะใช้ eBay เพื่อหาเงินและระบายของออกไปในคราวเดียวกันต้องเรียนรู้อะไรบ้าง

การนำเสนอสินค้าใน eBay

การขายสินค้าใน eBay แน่นอนว่าลูกค้ามีอยู่ทั่วโลก แต่ทุกคนในโลกไม่สามารถจับต้องสินค้าจริงๆ ได้นั่นทำให้สิ่งแรกที่เราต้อเรียนรู้นั่นคือ การนำเสนอสินค้าของเราใน eBay เราจะต้องนำเสนอสินค้าของเราอยู่สองส่วนหนึ่งคือการถ่ายภาพ เราต้องถ่ายภาพสินค้าให้ได้รายละเอียดและชัดเจนมากที่สุด อาจจะต้องถ่ายภาพสินค้าจากหลายๆ มุม สินค้าจะต้องอยู่ในฉากหลังสีขาวและมีแสงสาดส่องเพื่อเห็นชัดเจน สองส่วนของการบรรยายสินค้า เราต้องบอกที่มาที่ไปของสินค้า อธิบายการใช้งาน ตำหนิหรือรอยด่าง(หากมี) ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ เพื่อให้คนซื้ออ่านแล้วเข้าใจได้ง่าย หากซื้อแล้วไม่เป็นไปตามที่เขียนไว้ อาจจะโดนระงับบัญชีได้นะ

eBay

สินค้าใน eBay ต้องไม่ละเมิดลิขสิทธิ์

การขายสินค้าใน eBay มันเป็นตลาดที่ใหญ่มาก นั่นทำให้ทาง eBay ต้องปฏิบัติตามกฎหมายสากลหลายอย่าง หนึ่งในนั้นคือเรื่องการซื้อขายสินค้าที่ละเมิดลิขสิทธิ์ นี่เป็นเรื่องสำคัญของทาง eBay เค้าเลย มีการกำหนดไม่ให้มีการซื้อขายสินค้าผิดลิขสิทธิ์ผ่านช่องทางของ eBay ดังนั้นหากเราคิดจะนำสินค้าผิดกฎขึ้นไปขายอย่าทำเลย นอกจากจะโดนระงับบัญชีแล้วอาจจะโดนฟ้องร้องเรื่องสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ไปด้วย

การขายสินค้าต้องค่อยเป็นค่อยไป

เนื่องจาก eBay เป็นตลาดค่อนข้างใหญ่ ผู้ซื้อมีมากหน้าหลายตารวมถึงผู้ขายด้วย ดังนั้นหน้าใหม่อย่างเราการที่จะทะลุกลางปล้องขึ้นมาแบบขายดี จนรวยในเวลาอันรวดเร็วนั้นดูจะเป็นไปได้ยากมาก ดังนั้นเราต้องเรียนรู้ก่อนว่าการขายของใน eBay นั้นส่วนใหญ่มักจะค่อยเป็นค่อยไป ดูตลาดว่าลูกค้าต้องการอะไร สินค้าตัวไหนมาแรง ค่อยๆ สะสมประสบการณ์ไปเรื่อยจะทำให้เราขายของใน eBay ได้ยาวนาน ยืนระยะได้นานกว่า

เรียนรู้เครื่องมืออื่นๆ

นอกจาก eBay แล้ว เครื่องมืออื่นที่เกี่ยวข้องเราต้องเรียนรู้ด้วย เช่น PayPal เป็นต้น เพื่อให้การซื้อขายสินค้าเป็นไปด้วยดี หรือจะเป็นวิธีการขนส่งเราจะทำอย่างไร หากเราตั้งขายสินค้าพื้นเมืองจากไทยแล้วมีลูกค้าจากประเทศเคนยาสั่ง นี่ก็เป็นเรื่องที่เราต้องรู้

ขายสินค้าออนไลน์ต้องเจอความเสี่ยงอะไรบ้าง

การลงมือทำธุรกิจไม่ว่าจะทำอะไรก็ตาม สิ่งหนึ่งต้องเจอกันอยู่แล้วนั่นคือความเสี่ยง ไม่ว่าจะเสี่ยงมาก เสี่ยงน้อยแค่ไหนก็ต้องเจอ การขายสินค้าออนไลน์แม้ว่าจะสะดวกก็จริง แต่พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ก็ต้องเจอความเสี่ยงหลายอย่างเหมือนกัน มาดูกันว่าพ่อค้าแม่ค้าสมัยนี้ต้องเจอความเสี่ยงเรื่องอะไรบ้าง

การเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยี

ความเสี่ยงข้อใหญ่สุดของการค้าขายออนไลน์ตอนนี้เลย เป็นเรื่องการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีซึ่งเรื่องนี้บางครั้งเราอาจจะมองเห็นมันก่อน แต่บางครั้งมันก็มาแบบปุบปับเราไม่ทันได้ตั้งตัวอะไรเลยก็มี อย่างเช่นเมื่อคราว พี่มาร์คแห่งเฟสบุ๊คได้หั่นรีช ลงเหลือไม่ถึง 1% นั้นไง ตอนนั้นก็ทำเอาคนขายของออนไลน์ปรับกระบวนไม่ทันไปหลายคนทีเดียว ยังไม่นับเทคโนโลยีอีกมากมายกำลังจะเข้ามาบางอย่างก็ทำให้การขายออนไลน์ของเราดีขึ้น แต่บางอย่างก็แย่ลง ตรงนี้เป็นเรื่องให้คนขายของออนไลน์ต้องเสี่ยงและปรับตัวให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงตลอดไม่งั้นก็ลำบาก

ความเสี่ยงด้านกฎหมาย

การขายของออนไลน์ ความเสี่ยงลำดับต่อมาเป็นเรื่องของกฎหมายเมื่อก่อนอาจจะไม่เข้มข้นมากเท่าไรนัก แต่ 1-2 ปีมานี้ตลาดออนไลน์เติบโตแบบก้าวกระโดด นั่นทำให้ภาครัฐต้องเข้ามากวดขันดูแลเป็นพิเศษ ทีนี้กฎหมายบางอย่างอาจจะทำให้การขายของออนไลน์ของเราต้องเสี่ยงขึ้นอีกเยอะ อย่างเช่น กฎหมายทางด้านภาษีที่อาจจะทำให้ต้นทุนการขายเยอะมากขึ้น(ยังไม่นับเรื่องการโดนภาษีย้อนหลัง) หรือกฎหมายการห้ามนำเข้าสินค้าบางอย่างออกมาขาย(อย่างสินค้าเกี่ยวกับเพศ อาวุธ) ความเสี่ยงตรงนี้อาจจะทำให้เราถูกจับได้เลย ตรงศึกษาและทำให้ถูก

ปลาใหญ่ลงมาในตลาด

การเติบโตและเม็ดเงินอย่างมหาศาลในตลาดออนไลน์ บวกกับการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภคไม่แปลกที่สงครามการค้าขายออนไลน์จะเดือดระอุขึ้นมาก พ่อค้าแม่ค้าตัวเล็กนอกจากพวกเค้าจะต้องต่อสู้กันเองแล้ว พวกเค้ากำลังเจอความเสี่ยงเบอร์ใหญ่สุดนั่นคือ เหล่าเจ้าใหญ่ของตลาดต่างก็ลงมาตลาดออนไลน์เหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็นค้าปลีกเบอร์ต้นๆของประเทศ หรือจะเป็นเหล่าสินค้าราคาถูกแบบถูกมากของจีน ที่เมื่อก่อนเราไปรับเค้ามาขายออนไลน์ในไทย แต่คราวนี้กองทัพร้านค้าออนไลน์ของจีนสั่งตรงมาเองเลย นั่นทำให้พวกเค้าต้องเจอความเสี่ยงแบบหลีกเลี่ยงไม่ได้เลย

ปัญหาด้านการขนส่ง

ความเสี่ยงข้อสุดท้ายเรายกให้กับการคมนาคมขนส่ง ซึ่งความเสี่ยงตรงนี้เป็นเรื่องที่พ่อค้าแม่ค้าไม่สามารถจัดการได้เลย แม้ว่าจะใช้บริการขนส่งให้ดีที่สุดก็ตาม แต่ก็อาจจะเป็นไปได้ว่าระหว่างการขนส่งสินค้าจากเราไปถึงลูกค้านั้นแตกหัก เสียหาย หรือสูญหายได้ ซึ่งการเกิดเรื่องแบบนี้ต่อลูกค้า ทำให้เสียลูกค้าไปเลยได้ เหล่านี้คือความเสี่ยงของพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ยุคนี้ไม่ง่ายเลยจริงไหม

ขายของออนไลน์ยังไงให้ได้เงินมากที่สุด

ตั้งแต่โลกเปิดตัวเฟสบุ๊ค อินสตราแกรม และโซเชียลมีเดียอื่นๆอีกมากมาย โลกก็เหมือนเปิดกว้างให้กับการขายของออนไลน์ให้มากขึ้นด้วย มีหลายคนที่เปลี่ยนสถานะตัวเองเป็นเศรษฐีจากการขายของออนไลน์มานักต่อนักแล้ว หากเราเป็นคนหนึ่งที่อยากจะทำอย่างนั้นบ้าง แต่ไม่รู้จะเริ่มต้นยังไง เรามีคำแนะนำจากกูรูมาบอกว่า ขายของออนไลน์ยังไงให้ปัง

ออนไลน์ + ออฟไลน์

การขายของออนไลน์ หลายคนอาจจะคิดว่าต้องอยู่บนโลกอินเตอร์เน็ต หรือ โซเชียลมีเดีย อย่างเดียว แต่ตอนนี้ไม่ใช่แล้วการขายของออนไลน์ตอนนี้หากอยากให้ปัง เราอาจจะต้องใช้วิธีออฟไลน์พ่วงเข้าไปด้วย เพื่อเป็นการกระจายสินค้าและทำความรู้จักกับลูกค้าให้มากขึ้น เมื่อก่อนอาจจะขายเสื้อผ้าแต่ในร้านค้าออนไลน์ แต่ตอนนี้เราอาจจะต้องเปิดหน้าร้านเพื่อขายสินค้า หากไม่มีอาจจะต้องเจียดเวลาไปออกบูธเปิดร้านเพื่อให้ลูกค้ารู้จัก ไปแจกเบอร์ แจกไลน์ ก็ได้เมื่อเราได้ฐานลูกค้ามาแล้วก็จะดีขึ้น

ฐานลูกค้า เรื่องสำคัญ

การขายของออนไลน์ยุคนี้ การสร้างฐานลูกค้าเป็นเรื่องสำคัญมาก หากเรามีฐานลูกค้าอยู่ในมือ เราก็จะสามารถสื่อสารกับลูกค้าได้โดยตรง ไม่ต้องไปใช้โซเชียลอีกแล้ว ลองนึกภาพตามนะว่า เรามีคอลเลคชั่นเสื้อผ้ามาใหม่ เราถ่ายรูปแล้วแชร์ไปให้ลูกค้าเรา 200 คน เราก็อาจจะขายได้อย่างน้อย ร้อยละ 10 = 20 คน เป็นอย่างน้อยแล้ว ยังไม่นับการแชร์ต่อของลูกค้าอีก เห็นไหมว่าไม่ต้องโฆษณาอะไรเลย ถ้าฐานลูกค้าเรามีทุกอย่างจะรันไปตามระบบของมันเอง

ราคาต้องพอดี

เราจะเห็นว่าสงครามการค้าออนไลน์นั้นตอนนี้เดือดระอุจริงๆ ปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจของลูกค้านั่นคือเรื่องของราคาสินค้าของเรา ดังนั้นเราต้องตั้งราคาให้สมเหตุสมผลไว้ก่อน หากเราตั้งราคาถูกเกินไป ลูกค้าก็อาจจะสงสัยได้ว่าเราซื้อของเกรดถูกมาขาย หรืออาจจะเป็นของปลอม จนไม่กล้าซื้อ หรือ ซื้อแต่เราได้กำไรน้อยเกินไปไม่คุ้มทุน กลับกันหากตั้งแพงเกินไปลูกค้าก็จะพาลหนีเราไป อย่าลืมว่าเดี๋ยวนี้ลูกค้าจะเทียบราคาสินค้าก็ง่ายนิดเดียว

คอนเทนต์ต้องมีตลอด

จากข้างต้นกล่าวไปแล้วว่า ฐานลูกค้าเป็นเรื่องสำคัญ นั่นทำให้เราต้องมีการรักษาฐานลูกค้าเอาไว้ให้มั่น หนึ่งในวิธีสุดคลาสสิค เราต้องมีการสร้างคอนเทนต์เพื่อดึงดูดลูกค้าเอาไว้เสมอ การสร้างคอนเทนต์จะทำให้เรากับลูกค้ารู้สึกใกล้ชิดกันมากขึ้น คอนเทนต์ก็อย่างเช่น บทความ คลิปเกี่ยวกับสินค้า เรื่องราวเกร็ดเล็กน้อยเกี่ยวกับสินค้า หรือกระแสในช่วงนั้น การจัดโปรโมชั่น การไลฟ์สดแนะนำสินค้า การจัดประมูลสินค้า และอีกมากมาย เรื่องเหล่านี้ต้องทำเป็นประจำบางครั้งลูกค้าก็ยังไม่ได้ซื้อสินค้าเราในทันที แต่คอนเทนต์อาจจะทำให้เกิดความต้องการของลูกค้าก็เป็นได้

จะเปิดร้านออนไลน์ต้องไปศึกษาจาก เว็บต่อไปนี้

การเปิดร้านค้าออนไลน์นั้นเดี๋ยวนี้ต้องบอกว่าง่ายมาก ใช่เวลาไม่ถึง 3 ชั่วโมงก็มีหน้าร้านได้แล้ว จริงอยู่ว่าการมีหน้านั้นไม่ยาก แต่การทำหน้าร้านออนไลน์ให้ติดตลาดนั้นยากพอดูทีเดียว จะทำอย่างไรให้ติดตลาด วิธีการหนึ่งที่เราทำเองได้นั้นคือไปดูงานจากร้านค้าออนไลน์ยักษ์ใหญ่แล้วนำข้อดีมาปรับใช้ เราเลยขอแนะนำลายแทงเหล่าพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์มือใหม่ไปดูงานกับเว็บขายของออนไลน์เหล่านี้ดู

Online-Store

เทพช็อป

ดูงานร้านแรกไปกันที่ ร้านเทพช็อป ร้านออนไลน์รวมถึงตลาดออนไลน์ขั้นเทพสมชื่อ จุดเด่นของร้านนี้เป็นความเรียบง่าย และเปิดรับพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ทุกรูปแบบที่ไม่ผิดกฎหมายหากอยากเปิดร้านก็ทำได้เลย รวมถึงการใช้สัญลักษณ์เล่นคำว่า เทพ ด้วยการเขียนเป็น Lnw ช่วยให้จำร้านได้ง่ายมากขึ้นด้วย

ขายดี kaidee

อีกหนึ่งเว็บค้าขายออนไลน์ที่อยากให้ไปดูงานกันนั่นคือ ขายดี kaidee เอาแค่ชื่อก็สื่อถึงการค้าขายได้แบบถึงแก่นเลยคำว่าขายดี จุดเด่นอยากให้ไปดูเป็นเรื่องการค้นหาสินค้าที่พอเข้าหน้าเว็บไปก็เจอเลยว่าจะขาย หรือว่า ซื้อ นั่นทำให้คนชอบขายดี เนื่องจากหาง่ายทั้งขายและซื้อ พวกเค้าเลือกใช้สัญลักษณ์แทนหมวดหมู่ได้แบบสากลมาก ดูแล้วรู้เลยว่าอะไร

ตลาด Tarad

มาถึงชุมชนออนไลน์ค้าขายอันเก่าแก่แห่งหนึ่งในบ้านเรานั่นคือ ตลาด หรือ Tarad.com จุดเด่นของพวกเค้านอกจากเรื่องสินค้า และผู้ค้าขายที่มีฐานข้อมูลเยอะแล้ว ความเชี่ยวชาญด้านการทำตลาดออนไลน์ของพวกเค้านับว่าน่าทึ่งมาก ประสบการณ์อันล้นเหลือทำให้เราได้เห็นมุมมองน่าสนใจจากชุมชนแห่งนี้ แม้ว่าตอนนี้จะไม่โหมโฆษณาเหมือนกับร้านค้าออนไลน์อื่นแต่ตลาด ก็ยังเป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ ของคนซื้อขายอยู่ดี

พันทิป

แม้เราจะคุ้นเคยกับการตั้งกระทู้เด็ด กระทู้ดราม่า จากพันทิป แต่เอาจริงๆ แล้วพันทิปก็มีอีกหลายลูกเล่นน่าสนใจหนึ่งในนั้นคือ pantipmarket แหล่งซื้อขายสินค้าทั้งมือหนึ่งและมือสอง จุดเด่นของพันทิปคือปริมาณรายการสินค้าที่เคลมว่ามีกว่า สามแสนรายการ เข้าไปดูสิว่าเค้าบริหารจัดการข้อมูลจำนวนมากนั้นอย่างไร

ลาซาด้า

หากจะนับว่าร้านค้าออนไลน์ หรือ ชุมชนตลาดนัดออนไลน์ไหนมาแรงสุด เรายกให้กับ ลาซาด้า ก็แล้วกัน ทั้งแรงโปรโมตจากสื่อต่างๆ การจัดโปรโมชั่น ฯลฯ เราสามารถเข้าไปศึกษาได้เกือบทุกอย่างเลย ตั้งแต่การวางเลย์เอาท์ของเว็บ ไปจนถึงรายละเอียดการบรรยายสินค้าแต่ละชิ้น สิ่งเหล่านี้สามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้หมด อยากจะขายของออนไลน์ต้องหมั่นเข้าไปดูเทรนด์ตลาดเหล่านี้ด้วย

แนะนำเทคนิคการขายของออนไลน์ สำหรับมือใหม่ ลงทุนน้อย

ด้วยการขายของออนไลน์เป็นสิ่งที่ทุกคนสามารถทำได้ เราจึงมักเห็นพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์หน้าใหม่เกิดขึ้นมากมาย แต่นั่นไม่ได้มีข้อยืนยันว่าทุกคนที่ขายของออนไลน์จะประสบความสำเร็จ แม่ค้าพ่อค้าออนไลน์หน้าใหม่หลายคนพอขายไปได้เท่าไหร่ก็รู้สึกท้อแท้ สิ้นหวัง แล้วก็เลิกขายนั่นเพราะขายไม่ดีบ้าง ไม่มีลูกค้ามาติดต่อบ้าง สาเหตุที่มีเหตุการณ์แบบนี้มาจากคนขายของออนไลน์มือใหม่หลายคนยังไม่รู้จักเทคนิคการขายของออนไลน์ดีพอต่อให้มีเงินทุนน้อยแต่ถ้ารู้เทคนิคก็ไม่ใช่เรื่องยาก

เทคนิคการขายของออนไลน์สำหรับมือใหม่ ลงทุนน้อย

  1. สร้างคอนเทนท์ที่มีคีย์เวิร์ด – คนที่เป็นมือใหม่มากๆ อาจให้ความสนใจแค่การขายสินค้าของตนเองจนลืมไปว่าจะมีลูกค้าได้อย่างไรหากไม่มีสิ่งดึงดูดให้ลูกค้าคนหาเราเจอ การเขียนคอนเทนท์คือหนึ่งวิธีช่วยให้เว็บหรือแฟนเพจของเราได้รับการค้นหามากขึ้น แต่การเขียนคอนเทนท์ดีๆ ต้องรู้จักใช้คีย์เวิร์ดอยางเหมาะสม เช่น ชายรองเท้าผ้าใบ นอกจากคีย์เวิร์ดคำนี้แล้วควรมีคำอื่นเกี่ยวข้องด้วย เช่น รองเท้าผ้าใบสวยๆ, เครื่องแต่งกายรุ่นใหม่ เป็นต้น เป็นคีย์เวิร์ดที่คดว่าน่าจะต้องมีคนค้นหา แล้วโอกาสที่เว็บหรือแฟนเพจจะติดอันดับโดยไม่ต้องพึ่งพาการโฆษณาก็มีมาก
  2. แต่ยังไงการโฆษณาก็ยังสำคัญ – ถึงอย่างไรก็ตามแต่สำหรับมือใหม่ขายของออนไลน์การโฆษณาเพื่อเว็บหรือเพจเป็นที่รู้จักยังคงเป็นเรื่องสำคัญดังนั้นการลงทุนกับการโฆษณาคือ การลงทุนเพื่อก่อเกิดประสิทธิภาพดีๆ ในอนาคตให้ตัดสินใจเลือกลงทุนด้วยวิธีการเหมาะสมพร้อมงบประมาณที่เรามองแล้วว่าพอไหว
  3. พยายามสร้างช่องทางการติดต่อให้เยอะ – สมัยนี้โซเชี่ยลมีเดียค่อนข้างใช้ประโยชน์ได้เยอะโดยที่เราไม่จำเป็นต้องเสียเงินด้วย ก็พยายามใช้สิ่งเหล่านี้ให้เป็นประโยชน์ เข้าถึงลูกค้าให้ได้มากที่สุดจากหลายช่องทาง เช่น Facebook, Line, IG เป็นต้น รับรองใช้เงินน้อยหรือแทบไม่ต้องใช้เงินแต่โอกาสได้ผลสูงมาก
  4. ใช้การไลฟ์สดเข้าสู้ – ทุกวันนี้ Facebook เป็นโซเชี่ยลมีเดียที่เชื่อว่าทุกคนต้องมี เราก็เพียงใช้การไลฟ์สดขายของช่วยอีกแรงให้คนได้รู้จักสินค้า คุณภาพ จะทำให้เกิดความน่าสนใจจนอยากลองซื้อสินค้าเหล่านี้ไปใช้กันบ้างไม่มากก็น้อย
  5. รูปสินค้าต้องโดนใจ – การถ่ายรูปสินค้าคือสิ่งจำเป็นที่ช่วยให้สินค้าน่ามอง น่าซื้อ ต่อให้มือใหม่แต่ถ้าภาพมันดูดีก็น่าซื้อเกินครึ่งแล้ว

อัพเดทรายละเอียดใหม่ๆ ตลอด – อย่าปล่อยให้เว็บขาดการอัพเดท เพจร้างไป แบบนั้นลูกค้าก็จะไม่สนใจจนค่อยๆ หายไปจากสาระบบ สุดท้ายก็ต้องโบกมือลาตามระเบียบ