All posts by admin

eBay แหล่งขายของใหญ่สุดในโลก

แม้ว่าเราจะคุ้นเคยกับตลาดนัดออนไลน์มาบ้างแล้ว แต่ส่วนใหญ่มักจะเป็นตลาดซื้อขายในประเทศอย่างเช่น ขายดี Kaidee เป็นต้น แต่หากถามว่าตลาดนัดออนไลน์ หรือ แหล่งซื้อขายแลกเปลี่ยนสินค้าที่ใหญ่สุดและได้รับความนิยมมากสุดในโลกคือแห่งไหน คำตอบคือ eBay แหล่งขายของใหญ่สุดในโลก มาทำความรู้จักกัน

eBay-photo

eBay คืออะไร

eBay หากจะให้นิยามมันคือตลาดนัดออนไลน์ที่ใหญ่สุดในโลก มีสินค้ามากกว่า 400 ล้านชิ้น(ในอนาคตอาจจะก้าวไปถึง 1,000 ล้านชิ้นได้เลย) มีผู้เข้าไปประมูล ซื้อ ขาย สินค้าในเว็บมากถึง 200 กว่าล้านคน มีคนเข้าไปซื้อจากทั่วทุกมุมโลก ลองนึกภาพว่า เราเอางานหัตถกรรมบ้านเราไปวางแล้วจะมีคนทั่วโลกเข้ามาดูแค่นี้ก็ยิ่งใหญ่มากแล้ว

จุดเด่นของ eBay

อะไรทำให้ eBay กลายมาเป็นตลาดนัดออนไลน์ที่ใหญ่สุดในโลก เค้ามีอะไรดี มีอะไรเป็นจุดเด่น อย่างแรกคือระบบการให้คะแนน วิธีนี้คือการให้คะแนนเมื่อผู้ซื้อ ซื้อสินค้าจากผู้ขาย เมื่อทำธุรกรรมกันแล้วผู้ซื้อจะให้คะแนนผู้ขายว่าเป็นอย่างไร คะแนนสะสมเหล่านี้หากมีมากขึ้นจะทำให้ผู้ขายน่าเชื่อถือมากขึ้นไปเรื่อยๆ ด้วย ยิ่งน่าเชื่อถือก็จะทำให้การซื้อขายครั้งต่อไปทำได้ง่ายมากขึ้น

อีกหนึ่งจุดเด่นคือระบบการชำระเงิน eBay ได้จับมือกับพันธมิตรด้านการเงินชื่อว่า Paypal ขึ้นมา นั่นทำให้การชำระเงินสามารถทำได้ง่ายมากขึ้น แม้ว่าคนจ่ายเงินจะอยู่คนละซีกโลกก็ตาม Paypal  เป็นสื่อกลางให้เราได้หมด รอถอนจากธนาคารบ้านเราได้เลย

ทำกำไรจาก eBay ได้แบบไหนบ้าง

การเข้าไปเล่นในตลาดซื้อขายออนไลน์ eBay นั้นจะสามารถแบ่งวิธีทำกำไรได้ 3 วิธีคือ หนึ่งทำกำไรด้วยการเป็นผู้ขาย เราสามารถนำสินค้าของไทย ขึ้นไปขายยังตลาดโลกได้โดยเฉพาะอย่างยิ่งสินค้าหัตถกรรม งานฝีมือ ของเหล่านี้ต่างชาติชอบ สองการทำกำไรด้วยการเป็นซื้อ วิธีการก็ไม่ยากซื้อของใน eBay ที่ราคาถูกกว่าไทยจากนั้นก็นำมาขายต่อในตลาดออนไลน์บ้านเรา หรือจะเอาไปขายออฟไลน์ก็ได้ หรือสามกำไรในตำแหน่งพ่อค้าคนกลาง วิธีนี้คล้ายกับการจับเสือมือเปล่าด้วยการเอาสินค้ามาจากนั้นก็รอขายต่อไปเลย วิธีการนี้อาจจะต้องใช้เวลาและประสบการณ์พอสมควรเนื่องจากความน่าเชื่อถือต้องเยอะ

การเข้าไปซื้อ ขาย หรือ ประมูลสินค้าใน eBay นั้นแม้ว่าจะไม่ใช่เรื่องใหม่ในบ้านเรา แต่ก็ถือว่ายังเป็นอีกหนึ่งช่องทางสำหรับคนต้องการค้าขายอะไรสักอย่าง ไปในตลาดโลกไม่ว่าจะเป็นการซื้อขายด้วยตนเอง ธุรกิจขนาดย่อม หรือ โรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ วิธีการสมัครก็ไม่ยากลองเริ่มต้นดูสิ

อุปกรณ์ถ่ายภาพสินค้าที่คนขายของออนไลน์ต้องมี

การถ่ายภาพสินค้าให้สวยนอกจากช่างภาพจะต้องมีฝีมือ บวกกับทีมงานตกแต่งภาพต้องดีแล้ว การเตรียมความพร้อมก็เป็นเรื่องสำคัญ อุปกรณ์การถ่ายภาพให้สวยเดี๋ยวนี้มีเยอะแยะมากมาย ใครเป็นคนขายของออนไลน์ก็ต้องเตรียมหาซื้อมาไว้บ้าง เป็นการลงทุนที่ไม่แพงมากแต่รับรองว่าสิ่งที่ได้รับกลับมานั้นคุ้มเสียยิ่งกว่าคุ้มอีกมีอะไรบ้าง ไปดูกัน

Products-pic

กล้องถ่ายภาพ

กล้องเป็นเครื่องมือตัวแรกที่เราต้องมี แน่นอนว่าหลายคนอาจจะเถียงว่าเดี๋ยวนี้โทรศัพท์มือถือถ่ายรูปสวยๆ มีเยอะแล้วจะซื้อกล้องถ่ายรูปมาทำไม แต่เราขอแย้งเลยว่ารูปที่ได้จากกล้องถ่ายภาพนั้นมีความละเอียดกว่ากล้องโทรศัพท์มือถือเยอะ ยังไม่นับไฟล์ภาพจะมีความละเอียดมากกว่า สามารถนับไปปรับแต่งได้มากกว่า ดังนั้นคนขายออนไลน์ซื้อเหอะแล้วจะบอกว่ามันดีกว่ากล้องโทรศัพท์จริงๆ

กล่องสตูดิโอ

ตัวหลักผ่านไปแล้วมาดูตัวเสริมกันบ้าง อย่างแรกที่อยากให้ลองกันคือ กล่องสตูดิโอ มันคือกล่องขนาดเล็กสีขาว เวลาเราถ่ายภาพก็นำสินค้าไปวางไว้กลางกล่องแล้วถ่ายภาพจะทำให้ได้ภาพออกมาสวยงาม และขับให้สินค้าเด่นมากขึ้น แม้ว่าจะมีกล่องสตูดิโอทั้งแบบทำเองและซื้อ หากไม่เก่งงานช่าง งานประดิษฐ์ ก็ซื้อเหอะช่วยให้ภาพออกมาสวยได้แบบไม่ต้องแต่ง

ขาตั้งกล้อง

นอกจากกล้องถ่ายภาพแล้ว อีกอย่างหนึ่งที่ช่วยได้นั่นคือ ขาตั้งกล้อง อันนี้ต้องมีนะ แม้การถ่ายภาพจากกล้องถ่ายรูปด้วยมือจะทำได้รวดเร็ว แต่การใช้ขาตั้งกล้องจะช่วยให้ได้ภาพที่นิ่งกว่า ขาตั้งกล้องจะช่วยให้การถ่ายภาพสินค้าทำได้เนียนกว่า หรือจะถ่ายภาพสินค้าบนตัวนางแบบก็จะทำได้เร็วกว่าด้วย อาจจะใช้สายกดชัตเตอร์ช่วยให้การทำงานได้เร็วขึ้น อีกอย่างขาตั้งกล้องยังช่วยอีกรูปแบบหนึ่งด้วย

ไมค์สำหรับอัดเสียง

การขายของออนไลน์เดี๋ยวนี้ ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า การไลฟ์สดเป็นสิ่งจำเป็นอย่างมาก ไม่ว่าใครก็ไลฟ์สดขายของด้วยกันทั้งนั้น ทีนี้หากเราจะไลฟ์สดบ้าง นอกจากกล้องถ่ายทอด + ขาตั้งกล้อง (เห็นไหมว่าได้ทั้งภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหว) อีกตัวที่ขาดไม่ได้เลยคือ ไมค์สำหรับอัดเสียง อันนี้หาซื้อได้ราคาแพงหน่อยแต่บอกเลยว่าคุ้มค่ามากหากไมค์ดี เสียงดี เวลาไลฟ์สด แนะนำสินค้า หรือ ประมูลสินค้าก็เสียงดัง ฟังชัด ลูกค้าก็นั่งฟังตลอดก็จะนำไปสู่การปิดการขายได้

แท่นหมุน 360 องศา

อุปกรณ์อีกตัวมาแรงมาก จนเราต้องหยิบมาเข้าอันดับครั้งนี้ด้วย คือ แท่นหมุน 360 องศา เครื่องมือนี้จะเป็นแท่นวงกลมจากนั้นก็จะมอเตอร์เล็ก เราก็วางสินค้าได้เลยทีนี้แป้นหมุนก็ทำงานไป ลูกค้าก็สามารถมองเห็นสินค้าได้แบบ 360 องศาเลย จะเห็นว่ามักจะเอามาใช้คู่กับตอนไลฟ์สดด้วย ของเหล่านี้บอกเลยคนขายของออนไลน์ยุคนี้ใครก็ต้องมี

ภาพสินค้าต้องเช็คอะไรบ้างก่อนโพสต์ออกไป

ร้านค้าออนไลน์เดี๋ยวนี้มีการแข่งขันกันสูงมาก ไม่ว่าจะขายสินค้าอะไรก็ตามต่างต้องเจอคู่แข่งอย่างน้อย 5 ร้านขึ้นไป นั่นทำให้เราต้องพยายามทำให้ดีกว่าคู่แข่งด้วยเพื่อดึงดูดลูกค้ามาซื้อกับเรา หนึ่งในเครื่องมือสำคัญนั่นคือ รูปภาพ เพราะรูปภาพจะเป็นตัวแทนสินค้านั้นตลอดเวลาไม่ว่าเราจะออนไลน์ หรือ ออฟไลน์ อยู่ก็ตาม แต่ก่อนจะโพสต์รูปภาพออกไปเจ้าของร้านอย่างเราต้องเช็คเสียก่อนมาดูว่าต้องเช็คอะไรบ้าง

online-shop

แสง และ เงา

การถ่ายภาพให้ดี ให้สวยงามนั้น เรื่องของแสงสำคัญอย่างมาก แสงสว่างพอดีจะช่วยให้ภาพสินค้าชัดเจนและดึงดูดน่าสนใจยิ่งขึ้น กลับกันหากถ่ายภาพออกไปไม่ดีบังเงาจนมืด ก็ทำให้สินค้ามีความน่าสนใจน้อยลงไปด้วย ดังนั้นก่อนจะโพสต์ภาพสินค้าออกไป เราควรเช็คเรื่องแสงและมุมให้ดีเสียก่อนหากมืดก็ปรับแสงลงไป หรือ หากสว่างเกินไปก็กดให้พอดี

มุมมองของสินค้า

การเลือกซื้อสินค้าจากร้านค้าออนไลน์ ข้อมูลสำคัญที่ลูกค้าอยากได้นั่นคือ มุมมองของสินค้าว่าจะเป็นอย่างไร หากเป็นเสื้อผ้าก็ต้องถ่ายเตรียมไว้ครบทุกมุมทั้งด้านหน้า ด้านหลัง กระดุม หรือ มุมอื่นเท่าที่คิดได้ หากมีมุมมองของสินค้าครบถ้วนจะทำให้ลูกค้ามีข้อมูลตัดสินใจได้มากขึ้น ทำให้ก่อนจะโพสต์สินค้าออกไปควรเช็คก่อนว่าเราเตรียมภาพถ่ายของสินค้านั้นเพียงพอหรือไม่ สมมุติง่ายๆ ว่าหากเราอยากซื้อสินค้าตัวนี้เราอยากดูตรงไหนบ้างก็ได้

สีและลวดลายของสินค้า

แม่ค้าออนไลน์หลายคนเวลาสั่งสินค้ามาขายมักจะมีหลายแบบหลายลายให้ลูกค้าเลือกซื้อ นั่นทำให้ก่อนที่เราจะโพสต์ภาพสินค้าออกไป เราควรเช็คก่อนว่ามีภาพถ่ายสินค้าครบทุกสี ทุกลายที่ขายหรือยัง หากยังให้รีบทำซะให้เรียบร้อย อีกนิดหนึ่งหากมีหลายสี หลายลาย ควรมีภาพถ่ายหมู่ของสินค้ากลุ่มนั้นด้วยสัก 1 ภาพ เพื่อเป็นภาพเปิดอัลบั้มจะทำให้เป็นการดึงดูดลูกค้าให้สนใจอัลบั้มภาพเข้าไปอีก

ภาพเปิดตัวอัลบั้มสินค้า

หากเราคิดจะนำเสนอสินค้าของเราผ่านสังคมออนไลน์ เรื่องสำคัญอีกภาพหนึ่งต้องเช็คให้ดีก่อนโพสต์เลยนั่นคือ ภาพเปิดตัวสินค้า ภาพพวกนี้เราจะต้องทำให้สวย ให้น่าสนใจ ให้น่าดึงดูดมาก ภาพนี้จะเป็นภาพใหญ่อาจจะเป็นภาพแนวนอน หรือ แนวตั้งขนาดใหญ่หน่อยก็ได้ ภาพนี้จะต้องมีการนำเสนอสินค้าอย่างแนบเนียน หากภาพนี้สวยบอกเลยยอดขายปังแน่นอน บางคนอาจจะใส่ลูกเล่นอย่างเช่นคำโปรยเกี่ยวกับสินค้าด้วย เพื่อเพิ่มความน่าสนใจและบอกข้อมูลคร่าวๆ ของสินค้าไปพร้อมกันด้วย

หากใครกำลังวางแผนจะขายสินค้าออนไลน์ตัวไหนก็ตาม ลองนำเรื่องเหล่านี้ไปปรับใช้ดูก่อนการโพสต์สินค้าครั้งต่อไป เชื่อว่าทำแล้วยอดขายต้องพุ่งขึ้นอย่างแน่นอน

โพสต์ขายยังไงให้ได้ขาย มีเทคนิคมาบอก

การขายสินค้า บริการทั้งมือหนึ่ง และมือสอง เดี๋ยวนี้ถือว่าสะดวกกว่าเดิมเยอะไม่ว่าจะเป็นการเปิดขายด้วยหน้าร้านออนไลน์ของตัวเอง หรือจะไปโพสต์ขายตามชุมชนออนไลน์ต่างๆ ทั้งชุมชนออนไลน์ทั่วไป หรือ ชุมชนออนไลน์เฉพาะทาง แม้ว่าจะมีช่องทางเยอะแต่ก็มีคู่แข่งเยอะด้วย เราจะทำอย่างไร โพสต์ขายยังไงให้ได้ขาย ให้ลูกค้าซื้อ ข้างล่างนี้เป็นเทคนิคลับที่เราล้วงมาบอกกัน

Sales

พาดหัวต้องโดน

ประโยคแรกสำคัญมากในการโพสต์ขายไม่ว่าจะเป็นการโพสต์ขายหน้าร้าน หรือ โพสต์ขายบนกระดานซื้อขาย การพาดหัวต้องเร้าความสนใจคนอ่านอย่างมาก ต้องมีการบอกรายละเอียดบางอย่างด้วย เรามีสูตรแนะนำ คือ วลี+ข้อมูลเบื้องต้นของสินค้า โดยวลีนั้นต้องเป็นคำที่เรียกแขกได้ดี เช่น ขายด่วน, ถูกกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว, ซื้อเถอะอยากขาย, เจ้าของขายเอง เป็นต้น วลีเหล่านี้อาจจะมองว่าไม่สำคัญแต่เชื่อเลยพาดลงไปนะ เรียกยอดคนคลิกได้ดี

ข้อมูลต้องมีครบ

ถัดจากประโยคพาดหัว ก็จะมาถึงเรื่องของรายละเอียดสินค้า หรือบริการที่เราจะนำเสนอ ตรงนี้เราแนะนำว่าข้อมูลจะต้องมีครบถ้วนเลย ไม่ว่าจะเป็นรายละเอียดของสินค้า ผู้ขาย ช่องทางการติดต่อ ภาพประกอบ ฯลฯ ต้องใส่ให้ครบแต่ต้องไม่มากเกินไปจนลายตา คนก็มองผ่านไปเหมือนกัน รายละเอียดตรงนี้จะเป็นการแสดงความน่าเชื่อถือของผู้ขายและสินค้านั้นว่ามีจริง ซื้อขายจริงไม่มีหลอก

จุดเด่นของสินค้า

ไม่เพียงแค่รายละเอียดเท่านั้นที่เราต้องแสดง หากอยากขายจริงๆ เราต้องแสดงจุดเด่นของสินค้าและบริการนั้นออกมาให้ชัดเจน เช่น หากขายอสังหาริมทรัพย์ก็ต้องโชว์ให้เห็นว่ามันมีดีอย่างไร ทำเลตรงไหน ราคาคุ้มค่าแค่ไหน เป็นต้น จะขายออกหรือไม่ออก ก็อยู่ตรงจุดเด่นนี่แหละ หากจุดเด่นอ่านแล้วคลิก เชื่อเลยว่าคนซื้อไม่ลังเลแน่นอน

ภาพประกอบต้องดีมาก

สินค้าและบริการส่วนใหญ่หากจะให้ดีมันต้องขายมันได้ด้วยตัวมันเอง แต่การขายของออนไลน์สิ่งที่จะขายสินค้าได้ดีที่สุดนั่นคือ ภาพประกอบนั่นเอง หากเราต้องการโพสต์ให้ขายสินค้าได้ เรื่องภาพต้องพิถีพิถันกันหน่อย ภาพจะต้องสวย และแสดงความเป็นสินค้านั้นออกมาได้มากที่สุด อาจจะมีภาพหลายมุมมองเพื่อเพิ่มการตัดสินใจให้มากขึ้นก็ได้ อย่างเช่น การโพสต์ขายรองเท้ากีฬาอาจจะต้องถ่ายทั้งมุมหลังเท้า พื้นรองเท้า ด้านข้าง ภายในรองเท้า ลิ้นรองเท้า เป็นต้นอย่าลืมว่าเรากำลังโพสต์ขายของออนไลน์เราไม่รู้ว่าใครจะดูตรงไหนบ้าง เตรียมไว้ก่อนเป็นดี

เลือกแหล่งโพสต์ให้เหมาะ

การจะโพสต์ขายให้ได้นั้น สถานที่โพสต์จัดว่าสำคัญอย่างมาก สถานที่โพสต์แบ่งออกเป็นสองกลุ่ม กลุ่มแรกเป็นกลุ่มทั่วไปเราอาจจะต้องใช้บริการเว็บบอร์ดหรือแห่งซื้อขายดังๆ เป็นหลัก อีกกลุ่มหนึ่งเป็นกลุ่มเฉพาะทาง เช่น หากจะขายบ้านก็ต้องไปโพสต์ขายตามเว็บประกาศขายบ้านด้วย จะช่วยเพิ่มโอกาสขายให้มากขึ้น

ไอเดียถ่ายภาพแฟชั่นแนะนำอยากให้ลอง

ภาพถ่ายแฟชั่นถือว่าเป็นเรื่องสำคัญอย่างมากของคนขายเสื้อผ้าทั้งแบบออนไลน์ และแบบออฟไลน์ เนื่องจากผู้ซื้อถ้าเห็นภาพถ่ายสวย ชุดสวยก็จะเกิดมโนตามว่าตัวเองใส่แล้วจะเป็นอย่างได้ง่ายขึ้น สุดท้ายก็ตัดสินใจซื้ออย่างไม่ลังเล หากเราถ่ายรูปไม่สวย แต่งรูปไม่เก่ง จะไปจ้างช่างถ่ายภาพก็แพง งั้นเราก็เอาไอเดียมาสู้ก็แล้วกัน เราเลยขอนำเสนอภาพถ่ายแฟชั่นให้ไปลองกัน

Fashion-Photography-Ideas

ภาพหมู่ให้พลังมากกว่าภาพเดี่ยว

การซื้อเสื้อผ้าแฟชั่นสมัยนี้ หรือ สมัยก่อน จะมีการซื้ออยู่รูปแบบหนึ่งนั่นคือการซื้อเสื้อผ้าแบบกลุ่ม (เสื้อทีม) แนวคิดนี้ทำให้เกิดไอเดียการถ่ายภาพแบบหนึ่งนั่นคือ การถ่ายภาพหมู่ เราเอานางแบบมาเป็นกลุ่มสัก 3-5 คนมาใส่ชุดเสื้อผ้าแฟชั่นจากนั้นก็ถ่ายภาพอิริยาบถต่างๆ จะเป็นแบบชุดเดียวกันทั้งกลุ่ม หรือ คนละชุดกันแต่ในธีมเดียวกันก็ได้ ซึ่งทั้งสองแบบให้พลังต่อการซื้อมากกว่าภาพเดี่ยวแน่นอน

ภาพเดี่ยวหลายแอ็คชั่น

หากการจ้างนางแบบมาเป็นหมู่คณะเป็นเรื่องยากและสิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายและต้นทุนมากเกินไป อีกหนึ่งไอเดียแนะนำเราขอให้ลอง นำนางแบบคนเดียวนี่แหละ แต่ถ่ายภาพหลายแอ็คชั่นเอา จากนั้นก็นำหลายแอ็คชั่นมาประกอบกันด้วยการตัดต่อก็จะได้ภาพเดียวที่มีนางแบบหลายคน จะเป็นแบบชุดเดียวกัน หรือ จะต่างชุดกันก็ทำได้หมด วิธีนี้ก็จะได้ภาพเซ็ตแฟชั่นที่แปลกตาไปอีกมุมมองหนึ่ง

หุ่นเสื้อ แทนคน

หากไม่อยากจ้างนางแบบ หรือ ไม่อยากเป็นนางแบบเอง อีกหนึ่งไอเดียเราขอแนะนำให้นำเสื้อผ้าไปใส่ในหุ่นลองชุดแล้วถ่ายภาพ วิธีนี้ก็สามารถนำเสนอเสื้อผ้าแฟชั่นได้เหมือนกัน แต่วิธีนี้ต้องบอกก่อนว่าต้องอาศัยความสามารถในการจัดองค์ประกอบภาพสักหน่อย แสง เงา ต้องดี หุ่นจะช่วยนำเสนอเสื้อผ้าของเราได้ดีไม่แพ้คนจริงๆ เช่นกัน

ไม้แขวนเสื้อ แยกส่วน

อีกหนึ่งไอเดียที่เราเห็นแล้วก็เลยมาบอกต่อ นั่นคือการใช้ไม้แขวนเสื้อและราวตากผ้า วิธีการก็คือจะใช้ไม้แขวนเสื้อนำเสนอเสื้อผ้า จากนั้นก็ใช้ราวตากผ้าแบบตารางนำเสนอเครื่องประดับคู่กัน พอถ่ายภาพแล้วมันดูอาร์ตดีแถมยังนำเสนอเซ็ตเสื้อผ้าแบบไม่ต้องอธิบายอะไรเพิ่มอีก วิธีนี้ใครมิกซ์แอนด์แมตช์ได้ดีรับรองว่าได้ภาพสวยจนลูกค้าต้องซื้อเสื้อผ้าเลย

ซูมใกล้ได้รายละเอียด

อีกหนึ่งไอเดีย เราขอเปลี่ยนมุมมองการนำเสนอบ้าง ทุกทีการนำเสนอจะเป็นภาพทั้งชิ้น แต่เราลองเปลี่ยนเป็นการนำเสนอบางส่วนแบบซูมใกล้สุดๆ เพื่อดูรายละเอียด เช่น ตะเข็บการเย็บ กระดุม และอีกหลายมุมมอง วิธีนี้จะทำให้เราได้นำเสนอรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ของเสื้อผ้าแฟชั่นของเราได้มากขึ้นด้วย จากมุมมองไอเดียเหล่านี้เพื่อนๆ ลองไปทำกันดู

ถ่ายภาพสินค้าให้สวยเค้าทำกันอย่างไร

หนึ่งในปัญหาสำคัญของพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์นั่นก็คือ เราจะทำอย่างให้ได้ภาพสินค้าสวยๆ อย่างเค้าบ้าง เพราะว่าภาพสินค้าเป็นเครื่องมือสำคัญในการสื่อสารจากสินค้าถึงลูกค้า อีกทั้งภาพยังเป็นส่วนประกอบการตัดสินใจของลูกค้าด้วย ว่าแต่อยากถ่ายภาพสินค้าให้สวยเค้าทำกันอย่างไรอยากรู้ไหม ตามมาเลย

ใช้กล่องถ่ายภาพสินค้า

สาเหตุที่ทำให้ภาพถ่ายสินค้าของพ่อค้าหลายคนสวยมาก มันเกิดจากการใช้ตัวช่วยบางอย่างนั่นคือ อุปกรณ์สำคัญอย่างกล่องถ่ายภาพ มันจะเป็นกล่องขนาดเล็กด้านในติดตั้งไฟไว้ด้วย พื้นหลังสีขาว พอเรานำสินค้าไปวางกลางกล่องแล้วถ่ายภาพ ทีนี้ก็แทบจะไม่ต้องแต่งเลยเนื่องจากภาพที่ได้นั้นจะสวยอยู่แล้ว กล่องนี้เหมือนสตูดิโอขนาดย่อมหากอยากได้ภาพถ่ายสวยๆ ต้องมี

พื้นหลัง และพื้นรองเป็นสิ่งสำคัญ

หากเราไม่มีกล่อง หรือสินค้ามันใหญ่เกินกว่าจะเอาไว้ในกล่องได้ ก็ต้องมาถ่ายด้านนอก ทีนี้การถ่ายภาพด้านนอกสิ่งสำคัญนั่นคือพื้นหลังสำคัญมาก เนื่องจากภาพพื้นหลัง หรือ พื้นรองสินค้า สองอย่างนี้จะขับสินค้าให้สวยงามมากขึ้น หากไม่รู้จะเอาแบบไหน แนะนำว่าควรเอาพื้นรองเป็นหญ้าเทียมสีเขียว หรือ จะเป็นพรมขนสัตว์สีขาวก็ช่วยได้ดีเหมือนกัน

Product-Photo

แอพพลิเคชั่น ต้องใช้

การตกแต่งภาพเป็นเรื่องธรรมดาไปเสียแล้วหากต้องการภาพสินค้าให้สวยงาม นอกจากการถ่ายภาพให้สวยแล้วเราอาจจะต้องใช้แอพพลิเคชั่นเข้ามาช่วยด้วย ไม่ว่าจะเป็นปรับแสง ปรับสี เดี๋ยวนี้แอพพลิเคชั่นทำได้หมด หรือจะใช้แอพพลิเคชั่นที่ใส่ภาพการ์ตูน เพิ่มกรอบ เพิ่มอิโมจิ หรือ ใส่แคปชั่น ลงไปก็จะทำให้ได้ภาพที่น่าสนใจได้เหมือนกัน

เปลี่ยนมุมมองภาพใหม่

การถ่ายภาพสินค้านอกจากภาพหน้าตรงของสินค้าแล้ว อีกวิธีหนึ่งน่าสนใจคือเพิ่มมุมมองใหม่ต่อสินค้านั้นลงไป อย่างเช่นรองเท้า หากเดิมทีเราถ่ายแต่ด้านหลังเท้า รองเปลี่ยนเป็นถ่ายภาพพื้นรองเท้า ส้นรองเท้า ปลายรองเท้า หรือ ลิ้นรองเท้าบ้าง จะทำให้ลูกค้าเกิดความน่าสนใจในภาพถ่ายจนนำไปสู่การซื้อสินค้ารองเท้าของเราก็ได้ ลองมองสินค้าของเราแล้วเปลี่ยนมุมมองต่อสินค้าเราใหม่ เชื่อว่าจะได้ไอเดียสร้างสรรค์อีกเยอะ

ถ่ายภาพการใช้งาน

ปกติเรามักจะเห็นการถ่ายภาพสินค้านั้นแบบโดดอยู่กลางฉาก หากเราอยากเปลี่ยนอะไรที่ฉีกกฎไปกว่าเดิม ลองเปลี่ยนเป็นภาพถ่ายการใช้สินค้านั้นดู ยกตัวอย่างเช่น แหวน หากถ่ายอย่างเดียวก็สวยอยู่แล้ว แต่หากเราถ่ายแหวนตอนมันอยู่บนนิ้วเรียวๆ สวยๆ อาจจะทำให้คนซื้อเกิดความต้องการได้มากขึ้นก็เป็นได้ อีกทั้งภาพแบบนี้ยังบ่งบอกถึงการใช้งานสินค้าแบบไม่ต้องอธิบายเยอะด้วย ลองนำวิธีการเหล่านี้ไปใช้ดูรับรองว่าเราจะได้ภาพสินค้าสวยๆ เพิ่มขึ้นอีกเพียบ

วิเคราะห์ตลาดสู่ยอดขายที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องบน eBay

ในยุคนี้โลกออนไลน์กลายเป็นแหล่งรวมของทุกสิ่งไปแล้ว แม้แต่เรื่องการซื้อขายสินค้าที่เมื่อก่อนเราอาจคิดว่าควรเห็นสินค้าก่อน แล้วค่อยตัดสินใจซื้อกลายเป็นว่าแค่เห็นจากภาพก็เพียงพอ ซึ่งในเว็บกลางสำหรับการซื้อขายที่คนทั่วโลกรู้จักกันดีนั่นคือ eBay หลายคนสงสัยว่าแล้วเว็บอย่าง eBay ทำไมจึงมีการสร้างยอดขายได้ถล่มทลายน่าสนใจขนาดนี้ลองมาดูการตลาดของพวกเขากัน

EBAY-shop

บทวิเคราะห์ทางการตลาดของยอดขายที่โตแบบต่อเนื่องบน eBay

  1. หาข้อมูลด้านราคาเพื่อตั้งให้เหมาะสม – เรื่องราคาคือสิ่งแรกๆ ที่คนซื้อมักเลือกดูดังนั้นเมื่อต้องการขายสินค้าจำเป็นต้องเช็คข้อมูลด้านราคาก่อนว่าในท้องตลาด หรือบนเว็บเองเจ้าอื่นเขาขายกันในราคาเท่าไหร่แล้วมีการตั้งราคาขายให้เหมาะสม คำว่าเหมาะสมในที่นี้แน่นอนว่าถ้าตั้งแพงกว่าคนไม่ซื้อชัวร์ แต่ถ้าตั้งถูกเกินไปโดยคิดว่าตัดราคานั่นไม่ใช่เรื่องดีเพราะนอกจากคนขายอื่นๆ จะไม่ชอบแล้วยังมีลูกค้าบางรายอาจมองว่าสินค้าไม่ได้คุณภาพด้วย
  2. มองหาแหล่งนำเข้าสินค้าใหม่ๆ ที่ต้นทุนถูก คุณภาพสินค้าดี – จุดเด่นที่ทำให้หลายคนโตอย่างต่อเนื่องบน eBay เพราะพวกเขาลงขายสินค้าใหม่ บางคนก็เพิ่มไลน์สินค้าที่ขายให้เยอะมากขึ้นเรื่อยๆ พื้นฐานการขายสินค้าใหม่คือเอามาแต่น้อยเพื่อลองตลาดหากมันได้ค่อยลงทุนเยอะขึ้นด้วย แหล่งนำเข้าที่ราคาถูกแต่คุณภาพเหมือนเดิม
  3. เรียนรู้กลยุทธ์จากคู่แข่งพร้อมวางแผนกลยุทธ์ของตนเอง – หลายคนอาจบอกว่ายากแต่จริงแล้วง่ายมาก เพียงแค่เราพยายามดูคู่แข่งว่าตอนนี้เขาใช้กลยุทธ์อะไรในการเรียกหาลูกค้า เช่น ลดราคา, แจกของแถม ฯลฯ เราก็ลองวิเคราะห์ดูว่าเราควรจะเลือกใช้กลยุทธ์ไหนเพื่อให้เหนือกว่า และลูกค้าดูสนใจสินค้าของคุณมากกว่าคู่แข่ง แต่กลยุทธ์เหล่านี้ต้องตั้งบนพื้นฐานความถูกต้อง ไม่โกง
  4. รับฟังความเห็นผู้อื่นเสมอ – คนที่ขายของบน eBay มันจะมีเครื่องมือวัดผลการขายเรียกว่า Listening ที่จะบอกว่าได้ของคุณนั้นอยู่จุดไหนของตลาด เทียบกับคู่แข่งเป็นอย่างไร เห็นสินค้ากี่ครั้ง ราคายอดฮิตในการตั้ง ฯลฯ เมื่อมีข้อมูลฟีดแบ็คกลับมาแบบไหนต้องรับฟังพร้อมปรับปรุงให้ดีขึ้น
  5. วิเคราะห์ความสามารถของธุรกิจเสมอ – เป็นการลดช่องว่างพร้อมกับลดจุดอ่อนให้กับธุรกิจ ยิ่งมีการวิเคราะห์บ่อยเท่าไหร่ยิ่งทำให้ข้อผิดพลาดเล็กๆ น้อยๆ หายไปอย่างน้อยเราเห็นเองยังดีกว่าคนอื่นเห็นแล้วไปหาวิธีเอาชนะเรา

ด้วยความเติบโตอย่างต่อเนื่องของ eBay ส่วนหนึ่งต้องยอมรับว่าพวกเขามีเทคนิคทางการตลาดอันยอดเยี่ยม เป็นเรื่องดีที่คนขายและคนซื้อต่างก็ได้รับไป

ทำไมต้องใช้โปรโมชั่น มัดใจลูกค้า

ตอนนี้ต้องบอกเลยว่าสมรภูมิทางการค้าออนไลน์นี้ดุเดือดเอามากๆ พ่อค้าแม่ค้าเอาแค่รายย่อยด้วยกันเองก็ต้องแข่งกันอย่างหนักหน่วงแล้ว ยังไม่พอตอนนี้รายใหญ่ทั้งค้าปลีก ค้าส่งต่างลงมาเล่นเพื่อชิงส่วนแบ่งตลาดกันหมด นั่นทำให้แม่ค้าจะต้องงัดกลยุทธ์ออกมาเพื่อดึงฐานลูกค้าเอาไว้ กลยุทธ์พื้นฐานสำคัญประการหนึ่งนั่นคือการใช้โปรโมชั่นเพื่อมัดใจลูกค้า ถามว่าทำไปเพื่ออะไร และทำทำไม เรามีคำตอบมาบอกเล่ากัน

Promotion

โปรโมชั่นสร้างแรงกระตุ้นได้มากกว่า

อย่างแรกเลย รู้หรือไม่ว่าทำไมห้างค้าปลีก ห้างค้าส่ง ระดับประเทศของเราเกือบทุกแบรนด์เลยจะต้องมีโปรโมชั่นให้กับลูกค้าโดยตลอด คำตอบก็คือ การปล่อยโปรโมชั่นออกมาจะสร้างแรงกระตุ้นให้กับลูกค้าได้มากกว่า แม้การลดราคาหรือของแถมจะไม่ได้มีราคาอะไรมากนัก แต่พอปล่อยโปรโมชั่นออกมาแล้วจะกระตุ้นยอดขาย แรงซื้อจากลูกค้าได้มากกว่าปล่อยช่วงเวลาดังกล่าวไปเฉยๆ

โปรโมชั่นทำให้ลูกค้าไม่ลืมเรา

พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ไม่ว่าจะขายอะไรก็ตามต่างก็มีคู่แข่งเยอะมาก ยิ่งพวกเสื้อผ้านี้ เอาแค่เพจก็เป็นหลักหลายสิบเลยทีเดียว ทีนี้ทำอย่างไรจะไม่ให้ลูกค้าลืมเรา จดจำเราได้ คำตอบก็คือ โปรโมชั่น นั่นเอง การปล่อยโปรโมชั่นจะทำให้ลูกค้านึกถึงเราได้ตลอดว่า เพจนี้ของเรายังมีขายของ ยังมีการปล่อยของลดราคา ส่วนจะซื้อหรือไม่ซื้อนั่นอีกเรื่องเอาแค่ลูกค้าไม่ลืมเราแล้วไม่ไปหาร้านอื่น ก็ถือว่าทำได้บรรลุเป้าหมาย

 

โปรโมชั่น เคลียร์ของในสต็อก

การขายของออนไลน์บางครั้งการสั่งของมาขายก็ไม่เป็นไปตามที่ใจเราต้องการ ของเหลือค้างสต็อกเป็นที่เจอประจำแม้ว่าจะไม่อยากเจอก็ตาม ทำอย่างไรจะเคลียร์ของออกไปได้ คำตอบก็คือ ต้องใช้โปรโมชั่นเพื่อเคลียร์ของออกไป อาจจะเป็นการลดแลก แจกแถม ไลฟ์สด หรืออะไรก็ว่ากันไป แม้ว่าจะไม่ได้กำไรมากนักในการเคลียร์ของออกไปแต่อย่างน้อยก็ไม่เหลือของค้างไว้จนขาดทุนไปได้

อีกมุมหนึ่งของโปรโมชั่นนั่นคือการเคลียร์สินค้าใหม่ด้วย สินค้าใหม่บางอย่างก็ไม่ได้รับการต้อนรับจากลูกค้ามากนัก หากมีการตั้งโปรโมชั่นพ่วงลงไป ลูกค้าก็อาจจะกล้าลองสินค้าใหม่ของเราได้ ส่วนจะซื้อต่อหรือเมินหน้าหนีก็คงต้องเป็นหน้าที่ของสินค้าให้มันขายตัวมันเองแล้ว

โปรโมชั่นสร้างฐานลูกค้าใหม่

ไม่เพียงแต่ลูกค้าเก่าเท่านั้นที่จะได้ประโยชน์จากโปรโมชั่น ลูกค้าใหม่เองก็เป็นกลุ่มเป้าหมายของโปรโมชั่นเช่นกัน บางครั้งโปรโมชั่นอาจจะทำให้ลูกค้าหน้าใหม่ก้าวเข้ามาสู่ร้านของเราด้วย ยิ่งหากมีโปรโมชั่นต่อเนื่องสำหรับลูกค้าใหม่โดยเฉพาะนะ มันจะเป็นการต่อยอดสร้างฐานลูกค้าใหม่ให้กับเราแบบไม่น่าเชื่อเลย เห็นไหมว่าโปรโมชั่นสำคัญมากแค่ไหนว่าแล้วร้านไหนยังไม่มีโปรโมชั่นประจำเดือนนี้ รีบเลย เดี๋ยวไม่ทัน

ออกแบบเว็บ E-Commerce ยังไงให้โดนใจลูกค้า

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าตอนนี้ใครจะทำธุรกิจอะไร ไม่ว่าจะเป็นค้าขาย หรือ องค์กรนอกจากที่ตั้งหรือหน้าร้านแล้ว เว็บไซต์เพื่อการค้ารองรับระบบ E-Commerce ต้องมีเหมือนกันการสร้างนั้นไม่ยาก แต่การออกแบบ E-Commerce ยังไงให้โดนใจลูกค้านั้นเป็นเรื่องยากทีเดียว ว่าแต่จะทำอย่างไรดี

ง่ายไว้ก่อน

สิ่งแรกของการออกแบบเว็บ E-Commerce เราต้องคำนึงถึงเรื่องของความง่ายเอาไว้ก่อน เว็บ E-Commerce จะต้องเข้าใจง่าย เล่นง่าย ทำความเข้าใจง่าย คำพูดอาจะไม่ต้องเยอะอาจจะใช้สัญลักษณ์แทนจะดีกว่า หากเล่นง่าย เข้าใจง่าย ก็จะทำให้คนติดใจได้ง่าย ลองสังเกตตามเว็บลงขายฟรีดู เราแทบไม่ต้องอ่านอะไรก็สามารถเล่นเว็บนั้นได้ตั้งแต่ 5 นาทีแรกเลย

คาแรกเตอร์ชัดเจน

การสร้างความแตกต่างเป็นสิ่งจำเป็นและสำคัญมากในการทำ เว็บ E-Commerce เนื่องจากตอนนี้มีเว็บไซต์มากมาย หากเราอยากจะทำให้ผู้ซื้อจำเราได้ เราต้องแสดงคาแรกเตอร์ให้ชัดเจนว่า เว็บ E-Commerce ของเรานั้นคืออะไร จะขาย ขายอะไรเป็นหลัก จะซื้อ ซื้ออะไร จะประมูล หรือจะทำอะไรก็ว่าไป ความชัดเจนแบบนี้จะทำให้ผู้ซื้อเข้าใจเองว่าเราเป็นใครคัดกรองผู้จะซื้อสินค้าเราได้ส่วนหนึ่ง ตรงนี้เราต้องแสดงข้อมูลตัวเราให้ชัดเจนด้วยจะสร้างความน่าเชื่อถือให้กับเว็บได้ดี

e-commerce-pic

เรียบง่าย ดีกว่า

มาด้านการตกแต่งกันบ้า การแต่ง เว็บ E-Commerce อาจจะมีรูปแบบหลากหลายแต่เราอยากจะนำเสนอว่าควรเน้นหลักยึดว่า เรียบง่ายจะดีกว่า ไม่ควรใส่ลูกเล่นที่ดูหวือหวา ฟรุ้งฟริ้ง ฉูดฉาดเกินไป อาจจะมองว่ามันเก๋ไก๋ดี แต่เอาเข้าจริงอาจจะทำให้ดูรกและรำคาญได้เหมือนกัน การออกแบบให้เรียบง่ายทำให้คนเข้าเว็บได้มากกว่า ลองดู facebook สิไม่เห็นหวือหวาอะไรเลย หน้าฟีดเรียบแต่คนใช้ทั่วโลก ตรงนี้แนะนำว่าควรเลือกธีมหรือเทมเพลตของเว็บที่เน้นสีอ่อนไว้ก่อน เพื่อให้มองเห็นได้ง่ายส่วนหนึ่งและจะทำให้เนื้อหาในเว็บเด่นออกมาอีกส่วนหนึ่งด้วย

ภาพประกอบต้องมี

วัตถุดิบสำคัญในการตกแต่งเว็บ E-Commerce นั่นเป็นเรื่องของ ภาพถ่าย ภาพประกอบ เป็นสิ่งต้องมีภาพนั้นนอกจากจะเป็นสิ่งดึงดูดคนท่องเว็บแล้ว มันยังเป็นเครื่องมือในการแสดงตัวเว็บนั้นออกมาด้วย หากเราทำเว็บ E-Commerce เกี่ยวกับขายเสื้อผ้า แต่ไม่มีตัวอย่างภาพเกี่ยวกับเสื้อผ้าเลยมันก็ดูไม่เข้ากันนะ แถมดูไม่น่าเชื่อถือด้วย ควรหาภาพประกอบมาใช้ด้วยเป็นไปได้จะช่วยให้เว็บมีสีสันมากขึ้น

สอดคล้องกับทุกเครื่องมือ

การออกแบบเว็บ E-Commerce เดี๋ยวนี้อีกเรื่องมองข้ามกันไม่ได้เลยนั่นคือ เราจะต้องออกแบบให้สอดคล้องกับเครื่องมือทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็น สมาร์ทโฟน แท็บเล็ต pc โน๊ตบุ๊ค และอีกมากมาย เพื่อให้การเข้าเว็บ E-Commerce ของเราจากทุกเครื่องมือได้รับการประมวลผลเท่ากันนั่นเอง ใครจะทำเว็บ E-Commerce ก็อย่าลืมเรื่องเหล่านี้ล่ะ

E-commerce หมายถึงอะไรได้บ้าง

ปัจจุบันนี้ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า E-commerce เข้ามามีบทบาทสำคัญอย่างมากต่อธุรกิจในบ้านเรา ที่เป็นแบบนี้มาจากสาเหตุสำคัญสองประการ อย่างแรกเทคโนโลยีก้าวหน้ามากขึ้น และเข้าถึงได้มากขึ้น เมื่อทุกคนสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีและเชื่อมโยงถึงกันได้มากขึ้น จึงทำให้การทำธุรกิจก้าวเข้าสู่ความเป็นดิจิทัลมากขึ้น สองพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไปให้ความสนใจการซื้อขายผ่านระบบ E-commerce มากขึ้นทำให้ตลาด E-commerce เติบโตขึ้นมาเรื่อย ว่าแต่ว่า E-commerce ตอนนี้มันหมายถึงอะไรได้บ้าง

E-commerce-pic

E-commerce = การซื้อขาย

ความหมายของ E-commerce ในมิติแรก เราต้องย้อนไปถึงดั้งเดิมของมันเลยคำนี้หากแปลเป็นไทยจะได้ว่า พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ คำนี้หากจะให้นึกถึงความหมายแรกจะนึกถึงการซื้อขายผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์เลย ไม่ว่าจะเลือกสินค้า สั่งสินค้า ต่อรองราคา สอบถามเกี่ยวกับสินค้า ตรวจสอบการรับสินค้า และจ่ายเงิน จะผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์หมดแล้ว

E-commerce = ทำการตลาด

คำนี้ นอกจากการซื้อขายแล้ว เอาเข้าจริงมันมีความหมายลึกซึ้งกว่านั้น เช่นความหมายของการทำการตลาด จะเห็นว่า E-commerce มีการแข่งขันกันสูงมาก นั่นทำให้แต่ละยี่ห้อต่างต้องงัดกลยุทธ์ด้านการตลาดออกมาเพื่อให้ยี่ห้อ หรือ แบรนด์ของตัวเองติดตลาดมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการทำโฆษณา การทำโปรโมชั่น การส่งเสริมการขาย ฯลฯ สิ่งเหล่านี้ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของการตลาดด้วย

E-commerce = หน้าร้านออนไลน์

การค้าขายเดี๋ยวนี้จะหวังเพิ่งทางใดทางหนึ่งคงจะไม่พอเสียแล้ว เมื่อก่อนการมีหน้าร้านดี อยู่ในทำเลที่ดีก็ถือว่าเยี่ยมแล้ว แต่เดี๋ยวนี้ การมีหน้าร้านดีอย่างเดียวไม่พอ ต้องมีหน้าร้านออนไลน์ให้ดีด้วย ถึงจะส่งเสริมกัน ทำให้ E-commerce มีบทบาทสำคัญเป็นหน้าร้านออนไลน์ด้วยเหมือนกัน นอกจากจะเป็นช่องทางการขายอีกรูปแบบหนึ่ง มันยังเป็นการประชาสัมพันธ์หน้าร้านจริง(ออฟไลน์)ได้อีกทางหนึ่งด้วย ไม่เชื่อลองดูสิช่วงเวลาประมาณสองทุ่มถึงสี่ทุ่มนี้เป็นเวลาของเหล่าพ่อค้าแม่ค้าไลฟ์สดกันเพียบเลย

E-commerce = แก้ไขปัญหา

สินค้าแต่ละอย่างบางครั้งขายไปแล้วก็ทำให้เกิดปัญหาได้เหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็นของขาด ชำรุด เสีย ใช้ผิดวิธี หรืออีกมากมาย การจะมารอส่งเรื่องมายังบริษัทแล้วแก้ให้ลูกค้าถือว่าช้าเกินไปแล้ว ทำให้ E-commerce เข้ามามีบทบาทตรงนี้เหมือนกัน การตอบปัญหาให้กับลูกค้าผ่านช่องทางต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นอีเมล์ ไลน์ แชทเฟสบุ๊ค หรือวิธีไหนก็ตามต่างจะช่วยแก้ปัญหาให้กับลูกค้าได้เร็วขึ้น

นอกจาก 4 อย่างนี้แล้ว E-commerce ยังอาจจะหมายถึงสิ่งอื่นได้อีกหากมีการพัฒนาเทคโนโลยีให้มากขึ้นไปเรื่อยๆ ต้องมาดูกันว่า E-commerce จะเข้ามามีบทบาทได้มากน้อยแค่ไหนในการซื้อขายทำธุรกรรมระหว่างกันในอนาคต